7 people falling into the water
7 people falling into the water
(Different levels of the person withdrawing from suffering)
ในหลักธรรมคำสอนพุทธวจนได้ใช้การเปรียบเทียบ "คนตกน้ำ 7 จำพวก" เพื่ออธิบายลำดับขั้นของบุคคลที่ถอนตัวจากทุกข์ซึ่งสามารถเข้าใจง่ายและลึกซึ้งตามแนวทางพระพุทธศาสนา เจ็ดจำพวกนี้แบ่งออกตามลักษณะว่าบุคคลเหล่านั้นอยู่ในสถานะใดในการเผชิญกับทุกข์หรือการเจริญทางจิตใจตั้งแต่ระดับที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้จนถึงระดับสูงสุดของการตรัสรู้และพ้นทุกข์ โดยเริ่มจากจำพวกที่ "จมน้ำคราวเดียวแล้วจมเลย" ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ยังประกอบด้วยอกุศลธรรมฝ่ายเดียว ทำให้จมอยู่กับทุกข์อย่างถาวร ไม่มีความหวังในการเปลี่ยนแปลง จำพวกถัดมา เช่น "ผุดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วจมเลย" แสดงถึงผู้ที่มีศรัทธาและความพยายามในทางกุศลธรรมบ้าง แต่ยังไม่มั่นคง ศรัทธาและความเพียรจึงเสื่อมสลายไปในที่สุด ในขั้นตอนกลางๆ เช่น "ผุดขึ้นแล้วลอยตัวอยู่" และ "ผุดขึ้นแล้วเหลียวดูรอบๆอยู่" แสดงถึงผู้ที่มีศรัทธา วิริยะ และปัญญาที่มั่นคง และในกรณีของคนที่ผุดขึ้นแล้วเหลียวดูรอบ ๆ แสดงสถานะของโสดาบัน ซึ่งเป็นผู้ที่บรรลุความเข้าใจเบื้องต้นในพระธรรมและไม่กลับตกต่ำอีก ต่อมาคือจำพวก "ผุดขึ้นแล้วว่ายเข้าหาฝั่ง" และ "ผุดขึ้นแล้วเดินเข้าถึงที่ตื้น" ซึ่งหมายถึงผู้ที่เจริญก้าวหน้าทางจิตใจอย่างมาก เป็นสกทาคามีและโอปปาติกะตามลำดับ ซึ่งได้รับผลแห่งความเพียรเพียงครั้งเดียวในโลกนี้และมุ่งสู่ความสิ้นสุดแห่งทุกข์อย่างแท้จริง สุดท้ายคือจำพวกที่ "ผุดขึ้นแล้วถึงฝั่งข้ามขึ้นบก เป็นพราหมณ์ยืนอยู่" ซึ่งเทียบได้กับพระอรหันต์ ผู้ที่ถึงที่สุดแห่งพระนิพพานแล้ว ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีก การเปรียบเทียบนี้นอกจากจะช่วยให้เข้าใจการพัฒนาทางจิตและจริยธรรมในพุทธศาสนาอย่างชัดเจนแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ปฏิบัติธรรมมีเป้าหมายและแนวทางในการเจริญสติปัญญาและความดีงามอย่างเป็นลำดับขั้น เป็นการนำเสนอธรรมะในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน









































































