17.) ต้องเพียรละความเพลินในทุกๆ อิริยาบถ
17.) ต้องเพียรละความเพลินในทุกๆ อิริยาบถ
จากประสบการณ์ส่วนตัว การเพียรละความเพลินในทุกอิริยาบถไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคือหัวใจสำคัญของการฝึกจิตในพระพุทธศาสนา ความเพลินในที่นี้หมายถึงความติดอยู่กับความคิดหรือความรู้สึกที่ทำให้จิตฟุ้งซ่าน ไม่ว่าจะเป็นความคิดในทางกามคุณ ความเดือดแค้น หรือความคิดที่จะทำให้ผู้อื่นลำบากใจ ผมได้เรียนรู้ว่าการมีสติรู้ตัวในทุกอิริยาบถ เช่น เมื่อตอนเดิน เราต้องระวังจิตไม่ให้ครุ่นคิดฟุ้งซ่านไปในทางที่เป็นทุกข์ เมื่อตอนยืนหรือนั่งก็ควรฝึกใจไม่ให้หลงไปในความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ หลายครั้งที่รู้สึกว่าจิตถูกกิเลสดึงดูดให้เพลิดเพลินไปกับเรื่องไร้สาระ การใช้ความเพียรในการสละและถ่ายทอดความคิดเหล่านั้นออกจากใจเป็นการฝึกฝนที่ช่วยให้จิตใจสงบขึ้นได้ ยิ่งเมื่อถึงเวลานอน ผมก็พยายามเฝ้าดูความคิดที่ลอยขึ้นมาโดยไม่ตัดสินหรือไปกังวลกับมัน เพื่อให้จิตเผากิเลสและไม่ยอมรับเอาความคิดด้านลบไว้ ถือเป็นการปล่อยวางและทำให้การนอนหลับลึกขึ้นพร้อมกับสภาพจิตที่สงบ การมีความกลัวต่อกิเลสในความหมายนี้ จึงไม่ใช่ความหวาดกลัวปกติ แต่เป็นความรู้สึกตื่นตัวและไม่นิ่งเฉยต่อความฟุ้งซ่าน รู้สึกกลัวที่จะถูกกิเลสครอบงำจนอ่อนแอหรือหลงผิด สิ่งเหล่านี้ทำให้เราตั้งใจมากขึ้นในความเพียรทำความดีและฝึกใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ การเพียรละความเพลินในทุกอิริยาบถต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความอดทน เมื่อเห็นว่าจิตเริ่มฟุ้งซ่าน ให้รู้ตัวและพยายามถ่ายถอนความคิดนั้นออกไปอย่างไม่ยึดมั่นถือมั่น นี่คือแนวทางที่ทำให้กิเลสค่อยๆ หมดไป และจิตใจของเราจะมีความสงบและมั่นคงมากขึ้นในที่สุด









