เรื่องเล่า
ทางเข้าของมิติ
The starting point of intersecting dimensions
…แค่กๆๆ …ที่นี่มัน ที่ไหนของกรุงเทพละวะเนี่ยยยยยยยยยยย
เสียงตะโกนของฉันดังขึ้นหลังจากตั้งสติได้…เมื่อกี๊เดินอยู่ดีๆในซอยทางกลับบ้าน
แล้วก็มีลมหมุนพัดฝุ่นดินทรายม้วนเป็นวงล้อมรอบตัวฉัน…เข้าหูเข้าตา
พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่า “อยู่บนสถานที่อื่นเหมือนอยู่บนยอดเนินเขาที่แวดล้อมไปด้วยป่าไม้ แล้วธรรมชาติล้วนๆไม่มีบ้านคนเลย“
ในใจฉันคิดว่ามันก็สวยดีอยู่หรอก…แต่จะออกจากที่นี่ไปได้ยังไงนี่แหล่ะ
”อ่ะ…หรือว่า เป็นฮีทสโตรกตายแล้ววะ“ มันก็เป็นไปได้นะช่วงนี้ที่กรุงเทพฯร้อนจนปวดหัวอ่ะ ร้อนเหรอ?แต่ที่นี่ เย็นสบายนะ …
คว้าเอาท่อนไม้มาท่อนนึง กระเป๋าโน๊ตบุ๊คก็ยังอยู่ ถุงของกินที่แวะซื้อที่เซเว่นเมื่อกี๊ก็ยังถืออยู่…แสดงว่ายังไม่ตาย ถ้าตายแล้วน่าจะไม่มีของพวกนี้อยู่ (แล้วมันที่ไหนวะเนี่ย)
จากนั้นก็เดินสำรวจพื้นที่รอบๆ ไม่เห็นสัตว์ป่า หรือมีทีท่าจะเจอหมู่บ้านคนเลย … เริ่มกังวลอีกรอบ แต่นั่น?อะไรวางตรงใต้พุ่มไม้
ห๊ะ!! นี่มัน มีดสปาตาร์ (เอาไม้เขี่ยมา…กลัวจะเจองูในพุ่มไม้)
”แสดงว่า เคยมีคนเข้ามา” หันมองรอบๆ พลันมองเห็นพื ้นที่นึง เป็นลานสนามหญ้าโล่งๆ ริมผาจึงเดินไปดูอย่างระวัง สภาพตอนนี้คือ มือขวาถือมีด มือซ้ายถือถุงของกิน สะพายเป้โน๊ตบุ๊ค เหมือนอยู่นะ … เหมือนตัวละครในหนังหรือเกมนี่แหล่ะ
จากที่สำรวจ พบว่า ที่นี่มันดูสงบ ไม่มีวี่แววของสัตว์ป่าเลยสักตัว แม้แต่งูเขียว
และบรรยากาศมันทำให้คิดว่าที่นี่มันปลอดภัย…แต่ไม่ไว้ใจหรอกนะฉันไม่เคยเดินป่ากางเตนท์เลย (รู้งี้ตอนที่น้องๆที่ออฟฟิตชวนน่าจะลองไปกะมันดูสักที)
“เอ๊ะ!! ต้นไม้ต้นนี้ทำไมมีบันได ” (แผ่นไม้ตอกเข้ากับลำต้นไม้เป็นขั้นๆ) มองตามขึ้นไปเจอเลย…
“ใครไปสร้างของแบบนั้นไว้นะ…ขึ้นไปดูดีกว่า” ห้างที่ดูแข็งแรงสร้างอย่างเรียบร้อย แต่แอบปีนยากอยู่นะ แกน่าจะลดน้ำหนักนานแล้วนะ ขยับตัวยากชิ๊บหายเลย ถ้ารอดไปได้สัญญาเลยว่าจะผอม …
“บนนี้ทำไว้ดีเลยนะ ค่อยๆขยับละกันเผื่อมันผุแล้วตกลงไปตายเลยนะ” แต่จากที่สำรวจดูมันยังแข็งแรงแบกน้ำหนัก คนอ้วน เกือบร้อยอย่างฉันสบายๆเลย
“วันนี้มีที่พักละ อย่างน้อยก็ไม่ต้องนอนบนพื้น ของกินวันนี้ก็มี แต่จากนี้จะทำไงล่ะเนี่ย”
เมื่อสบายใจเรื่องนึงก็คิดอีกเรื่องนึงขึ้นมา “เฮ้อ เอาวะไหนๆแล้ว ถ้ารอดวันนี้ไปได้ก็ค่อยหาทางกลับ อู๊ยยยย… ลมเย็นจัง ดีนะวันนี้ขนของกลับมามีผ้าห่มมาด้วย“
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เพราะบริษัทเลิกจ้างและยอมชดเชยให้
“แต่เงินที่ได้คงไม่สำคัญแล้วล่ะถ้ามาติดอยู่ตรงนี้” วันนี้เลยขนของส่วนตัวกลับมาด้วย
หรือจริงๆฉันเครียดหนักเลยตายแล้วมาที่นี่นะ มันก็เหมือนกับ อนิเมะที่ดูสิ ต่างโลกอะไรนั่น ไหนลองดูสิ เผื่อมีเวท ย์มนต์บ้าง (……มันจะไปมีได้ไง เบียว?)
อากาศเย็นอยู่นะ ก่อไฟ ยังไงล่ะเนี่ย ก่อไม่เป็นอ่ะ!!! ถาม AI ดีกว่า ว่าก่อยังไง…
(Ai = อินเตอร์เนต =มือถือ)
“เฮ้ย!! มือถือไงโทรขอความช่วยเหลือดีกว่า” ว่าแล้วก็ควักมือถือมาโทร 191
……สัญญาณ…ไม่มี……😰
เอาวะวางของบนนี้ก่อนลงไปหาของจุดไฟ … หลังจากเดินเก็บไม้แห้งๆ พบว่า
มีลำธารใกล้ๆ ดูใสสะอาด น้ำไหลเรื่อยๆสะท้อนแสงอาทิตย์ สวยจัง (น่าจะมีหม้อมาต้มน้ำนะ…ไม่กล้าตักมาดื่มตรงๆน่ะ )
จากนั้นก็ใช้เวลานานกว่าจะก่อไฟได้ เมื่อยแขนมากจนล้า รู้งี้ซื้อไฟแช็กมาด้วยก็ดี
ไฟที่ก่อขึ้นมาเองนี่ แอบภูมิใจอยู่เล็กๆเหมือนกันนะ
มองเห็นใบไม้ใหญ่ๆนั่น เออจริงสิ ต้องหาภาชนะมาใส่น้ำไว้ดื่มนี่หว่า เออเก่งว่ะคิดได้อ่ะ… มานี่คุณ มีดสปาตาร์ จากนั้นก็ตัดมา 2 ใบ ใหญ่เท่าลำตัว เอาไปล้างน้ำให้สะอาด
ม้วนๆเป็นกรวยเอาไปรองน้ำจากใบไม้ พรุ่งนี้น่าจะได้มาบ้างล่ะนะ
ฉันเดินตัดลำต้นไม้เล็กๆเอามาขัดทำรั้วง่ายๆ ปักลงดินลอกเปลือกไม้มาทำเป็นเชือกมัด เหนื่อยและกังวล รั้วนี้มันไม่ได้แข็งแรงหรอกแต่รู้สึกสบายใจกว่า ไม่มีอะไรเลย
เสร็จแล้วก็เหงื่อแตกเหงื่อแตนเลย … เอาไงดี เริ่มเย็นข้นแล้ว ฟ้าดูหม่นๆลงแล้ว หวังว่าฝนจะไม่ตกลงมานะ
แต่ ไป อาบน้ำดีกว่า ไม่อาบน้ำหลับไม่ลงแน่
และฉันจึงเปลือยกายอาบน้ำในลำธาร ถามว่ารู้สึกสะอาดไหม มันก็ไม่เท่าอาบด้วยสบู่หรอก …
จากนั้นก็มานั่งพิงต้นไม้ ผิงไฟ มองวิวสวยๆ ทำเอาคลายใจลงไปได้เยอะเลย
“พ่อกับแม่ จะเศร้าแค่ไหนนะ ถ้ารู้ว่าฉันหายไป แต่กว่าจะรู้ ก็อีก วันสองวันแหล่ะ ลูกขอโทษนะ … ถ้าลูกรอดไปได้ จะรีบไปหา” พลันน้ำตาไหลลงมา นั่งกอดเข่าร้องไห้
“เออลืม … ข้าพเจ้าหลงทางมา ขอสักการะเจ้าป่าเจ้าเขา และขอขมาที่…ตัดไปซะเยอะเลย ขอเจ้าป่าเจ้าเขาอภัยให้ข้าพเจ้าด้วย” ยกมือไหว้กราบลงดิน
และคืนนั้น ก็กินขนมกับน้ำเป็นอาหารเย็น นั่งผิงไฟ มองดูดาวบนฟ้าสวยๆที่นี่…ส่วน ความรู้สึกตอนนี้เหรอ …กลัวทุกสิ่งเลยยยย ฮือ
























