SOUND YOU CAN TASTE: สัมผัสสุนทรีภาพของเสียงและรสชาติ ✨
เปลี่ยนบรรยากาศมาสู่งาน Collaboration สุดพิเศษที่ผสานโลกของ Luxury Sound เข้ากับวัฒนธรรมกาแฟได้อย่างน่าประทับใจ การจับมือกันระหว่าง Devialet แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก และ PIN.BKK คาเฟ่แอนด์บาร์ชื่อดัง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งการฟังและการชิม เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในรายละเอียดที่ประณีตและการพักผ่อนที่เหนือระดับ มอบมวลความสุขผ่านบรรยากาศที่หรูหราแต่ยังคงความอบอุ่นในทุกโสตสัมผัส 🏙️
…
..
.
🌧️ From a glimpse, into the full story 🌧️
.
..
…
การเดินทางของรสชาติผ่านคลื่นเสียงระดับไฮเอนด์ 🌃
ความน่าสนใจของอีเวนต์นี้คือการได้สัมผัสพลังเสียงอันบริสุทธิ์จากลำโพง Devialet ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคมชัดและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกนำมาติดตั้งภายในร้าน PIN.BKK เพื่อสร้างมิติการฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบขณะร่วมกิจกรรม Coffee Tasting Session การดื่มด่ำกับกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดีพร้อมคำแนะนำจากบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างจังหวะดนตรีและ Note ของกาแฟที่เปลี่ยนไปตามห้วงอารมณ์
.
นิยามใหม่ของการพักผ่อนในบรรยากาศคาเฟ่แอนด์บาร์ ✨
นอกจากมิติของเสียงที่ทรงพลังแล้ว ตัวร้าน PIN.BKK ยังมอบบรรยากาศที่ลื่นไหลจากช่วงกลางวันสู่กลางคืนด ้วยงานดีไซน์ที่ทันสมัย การจัดวางตำแหน่งลำโพงให้สอดประสานกับงานอินทีเรียช่วยเสริมให้ทุกมุมของร้านดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามากยิ่งขึ้น ทำให้การมาเยือนในครั้งนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยสุนทรีภาพและการค้นพบความงามของการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในทุกรายละเอียดอย่างแท้จริง
.
ไฮไลท์ with phichit
🔊 Devialet Experience: สัมผัสประสบการณ์เสียงระดับ Luxury จากลำโพงไฮเอนด์ที่มอบความคมชัดขั้นสูงสุด
☕️ Coffee Tasting: กิจกรรมการชิมกาแฟที่คัดสรรเมล็ดพันธุ์พิเศษ เพื่อส่งมอบรสชาติที่ซับซ้อนและลงตัว
🎵 Sound & Taste: การจับคู่ระหว่างแนวเพลงและรสสัมผัสของเครื่องดื่มที่สร้างมิติใหม่ในการพักผ่อน
🍸 PIN.BKK Vibes: คาเฟ่แอนด์บาร์สไตล์โมเดิร์นที่มอบความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวตลอดวัน
.
🪧 : งาน Event พิเศษ วันที่ 7 มีนาคม 2569
🗺️ : PIN.BKK ชั้น 6 ซอนสุขุมวิท 31
🚕 : เดินทางสะดวกด้วย BTS สถานีพร้อมพงษ์
.
One more thing: ความพิเศษของงานนี้คือการได้ยินรายละเอียดเสียงที่ปกติเราอาจจะมองข้ามไปครับ พอได้ฟังผ่านลำโพงระดับนี้คู่กับการจิบกาแฟดีๆ มันช่วยให้เราโฟกัสกับรสชาติได้ดีขึ้นมากจริงๆ ใครที่รักทั้งเครื่องเสียงและกาแฟบอกเลยว่าเป็นคู่หูที่ลงตัวที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมาเลยครับ ☁️
.
#SoundYouCanTaste #Devialet #PINBKK #CoffeeTasting #withphichit
ถ้าคุณเสิร์ชหา “แอปวัดความถี่เสียง Hz” ส่วนใหญ่ต้องการเอาไว้เช็กว่าเสียงที่ได้ยินอยู่ย่านไหน (เช่น เบสแน่นไปไหม/แหลมบาดหูไหม) หรือใช้ดูภาพรวมเสียงในห้อง/ร้านแบบเร็วๆ จากประสบการณ์ที่ผมลองเล่นตอนอยู่ในร้านคาเฟ่-บาร์ (บรรยากาศมีเพลง มีคนคุย) บอกเลยว่าใช้ได้จริง แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดของไมค์มือถือก่อน จะได้ไม่ตีความผิด 1) เลือกแอปประเภทไหนถึงจะตรงงาน โดยทั่วไปจะมี 2 แบบหลักๆ - Spectrum Analyzer / FFT: โชว์กราฟความถี่แบบแท่งหรือเส้น เหมาะสุดสำหรับ “ดูว่าเบส/กลาง/แหลมเด่นตรงไหน” - Sound Level Meter (dB Meter): วัดความดังรวม (เดซิเบล) มากกว่า ไม่ได้เจาะว่าเป็นกี่ย่าน ถ้าจะตอบโจทย์ “วัดความถี่ Hz” ให้เลือกแบบ Spectrum/FFT จะตรงกว่า 2) ตั้งค่าพื้นฐานที่ทำให้ค่าดูไม่หลอกตา - ปิดโหมดลดเสียงรบกวน/ไมค์ enhancement (ถ้ามีในแอป) เพราะมันทำให้ย่านเสียงบางช่วงถูกกดหรือดัน - เลือกค่า Averaging (การเฉลี่ย) ระดับกลางๆ กราฟจะนิ่งขึ้น เหมาะกับร้านที่มีเสียงรอบข้าง - ตั้งค่า Range ให้เห็นย่าน 20–20,000 Hz (มาตรฐานการฟังเพลง) แต่เวลาวิเคราะห์จริงให้โฟกัส 30–200 Hz (เบส), 200–2,000 Hz (กลาง), 2,000–10,000 Hz (แหลม/รายละเอียด) 3) วิธีอ่านกราฟแบบเข้าใจเร็ว - ย่าน 50–80 Hz เด่นมาก: เบสลงลึก รู้สึก “ตึ้บๆ” แต่ถ้าพุ่งเกินไปจะกลบเสียงร้อง - ย่าน 100–200 Hz หนา: ฟังอุ่น มีมวล แต่ถ้ามากไปจะอู้/บวม - ย่าน 2–4 kHz เด่น: เสียงร้อง/สแนร์ชัด แต่ถ้าเยอะจะล้าหู - ย่าน 8–12 kHz เด่น: ปลายแหลม/อากาศของเสียง ฟังใส แต่เสี่ยงซ่า ทริคของผมคือเปิดเพลงที่คุ้นหู 1 เพลง แล้วดูกราฟเทียบกับ “ความรู้สึก” จะเริ่มจับทางได้ว่ากราฟแบบไหนคือเบสแน่นหรือแหลมจัด 4) ทำไมในร้าน/คาเฟ่ค่าถึงแกว่ง และแก้ยังไง - เสียงคนคุยจะไปกองแถวๆ 300–3,000 Hz ทำให้กราฟกลางพุ่ง - เสียงเครื่องชง/น้ำแข็ง มักมีเสียงแหลมแทรก ทำให้ปลายย่านกระเพื่อม วิธีแก้คือวัดหลายรอบ: ยืนจุดเดิม 10–15 วินาที แล้วดูค่าเฉลี่ยแทนการดูจังหวะพีคสั้นๆ 5) ข้อควรระวังสำคัญ (เพื่อความ “แม่น” แบบมือถือ) ไมค์มือถือไม่ได้คาลิเบรตเหมือนไมค์วัดจริง โดยเฉพาะย่านต่ำกว่า ~50 Hz และย่านสูงมากๆ อาจเพี้ยน ดังนั้นให้ใช้เพื่อ “เปรียบเทียบ” มากกว่าฟันธงตัวเลขเป๊ะๆ เช่น เปรียบเทียบก่อน/หลังย้ายตำแหน่งนั่ง หรือเทียบมุมหนึ่งกับอีกมุมหนึ่งในร้าน 6) เอาไปใช้กับการฟังจริงให้สนุกขึ้น ถ้าอยากได้ฟีลแบบงานที่จับคู่ Sound & Taste ลองทำแบบนี้: เลือกเครื่องดื่ม 1 แก้ว แล้วเปิดเพลง 2 แนว (เช่น lo-fi กับ electronic) วัดกราฟดูว่าช่วงเบส/แหลมเปลี่ยนยังไง จากนั้นสังเกตว่ารสชาติที่เรารู้สึก (หวาน/ขม/เปรี้ยว) มัน “ไปกัน” กับโทนเสียงแบบไหน—เป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่ทำให้ทั้งการฟังและการชิมมีรายละเอียดขึ้นจริงๆ ถ้าคุณบอกได้ว่าคุณใช้ Android หรือ iPhone และอยากวัดเพื่ออะไร (เช็กเบสลำโพง/วัดเสียงในห้อง/เช็กหูฟัง) ผมจะช่วยแนะนำการตั้งค่าและวิธีทดสอบให้ตรงโจทย์มากขึ้นครับ






























🥰