ในสมัยพุทธกาล การอยู่ป่าของพระสงฆ์เป็นเรื่องปกติและเป็นข้อปฏิบัติที่ส่งเสริมการเจริญภาวนา พระพุทธเจ้าทรงสนับสนุนให้ภิกษุใช้ชีวิตสมถะและฝึกจิตในสถานที่สงบ เช่น ป่าหรือโคนไม้ โดยเรียกว่า "อารัญญกะ" ซึ่งเป็นธุดงค์วัตรอย่างหนึ่งที่ภิกษุสมัครใจทำเพื่อความมักน้อยสันโดษและการบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด
วัดญาณเวศกวัน
วัดญาณเวศกวัน
ประเด็ นสำคัญของการอยู่ป่าสมัยพุทธกาล:
สถานที่สัปปายะ: ป่าเขา ถ้ำ และเงื้อมเขา เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเจริญกรรมฐาน
ธุดงควัตร: พระมหากัสสปะเถระและพระภิกษุจำนวนมากถือการอยู่ป่าเป็นวัตร เพื่อดับกิเลส
ไม่ใช่การแบ่งแยก: ในสมัยพุทธกาลไม่มีการแบ่งแยก "พระบ้าน-พระป่า" อย่างเป็นทางการ แต่เป็นความสมัครใจของพระภิกษุในการเลือกที่อยู่อาศัย
การศึกษาและวินัย: ภิกษุต้องศึกษาพระวินัยให้เข้าใจก่อนไปอยู่ป่าตามลำพัง
การประพฤติปฏิบัติ: การอยู่ป่ามุ่งเน้นการขัดเกลากิเลสและเจริญภาวนา
วัดญาณเวศกวัน
วัดญาณเวศกวัน
.
แม้ในสมัยพุทธกาลจะมีพระสงฆ์อยู่ป่าเพื่อปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง แต่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เลือกปฏิบัติได้ตามความเหมาะสม ไม่ได้บังคับ
๑.๔ ปัญหาเกี่ยวกับป่าไม้
ป่าไม้เป็นแหล่ง กำเนิดของแม่น้ำลำธาร ทีอยู่อาศัยของสัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพต่าง ๆ ช่วยดูดซับสร้างความชุ่มชื้น ลดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และรักษาความสมดุลทางธรรมชาติและระบบนิเวศอันมีคุณค่าและความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในช่วง ๓๕ ปีที่ผ่านมา ป่าในประเทศไทยถูกทำลายไปมากมาย ในปี ๒๕๓๙ ป่าไม้ในประเทศไทยเหลืออยู่เพียง ๘๐ ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ ๒๕ ของพื้นที่ประเทศและนับวันลดลงทุกปีซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
สาเหตุหลักก็มาจากการบุกรุกเข้าทำไร่เลื่อนลอย ไฟป่า การทำเขื่อน อ่างเก็บน้ำ การลักลอบตัดไม้ ปัจจุบันป่าไม้ในประเทศไทยถูกทำลายปีละ ๕% ถ้าไม่รีบแก้ไข อีกประมาณ ๒๐ ปีข้างหน้า ป่าไม้ในเมืองไทยจะหมดไป เมื่อป่าถูกทำลาย สัตว์ป่าที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติอันหาค่ามิได้ ย่อมเดือดร้อน สัตว์ป่าบางชนิดกำลังสูญพันธุ์ บางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วและไม่สามารถหามาทดแทนได้ หากไม่มีป่าให้มันหลบภัยและอาศัยเลี้ยงชีวิตแล้ว ในที่สุดสัตว์ป่าก็จะหมดไป
นี้คือสภาพปัญหาของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ยิ่งถ้ามองไปในระดับโลกก็ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะปรากฏรายงานจากสโมสรแห่งโรม ชื่อ เกินขีดจำกัด(Meadows, D. และคณะ ๒๕๓๕) ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมาแจ้งว่า สภาพโดยรวมของโลกไม่ดีขึ้น หลายอย่างกลับเลวร้ายลงและมีหลายด้านเป็นเรื่องที่น่าตกใจ และ เดวิด ออร์(Orr, D.)๒๕๓๗) นักศึกษาผู้เน้นนิเวศวิทยา
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมได้มาศึกษาและสัมผัสกับการปฏิบัติธรรมในป่าตามแนวทางอารัญญกะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้สถานที่สงบเช่นป่าเพื่อฝึกจิตและแก้กิเลส การอยู่ป่าของพระสงฆ์ไม่ใช่เพียงแค่การแยกตัวทางกายภาพ แต่เป็นการแยกตัวทางจิตใจเพื่อละเว้นจากความวุ่นวายของโลกภายนอกและเพิ่มพูนสมาธิและปัญญา ในปัจจุบัน สภาพป่าไม้ที่ลดลงอย่างรวดเร็วในประเทศไทยเป็นปัญหาที่เราทุกคนควรตระหนัก สาเหตุต่างๆ เช่น การลักลอบตัดไม้ ไฟป่า และการเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นทำการเกษตรเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สะท้อนถึงการละเลยคุณค่าของธรรมชาติและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบมาสะท้อนว่า การดูแลรักษาป่าและระบบนิเวศไม่ใช่หน้าที่ของแค่ภาครัฐ แต่ทุกคนในสังคมควรมีส่วนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า การลดใช้ทรัพยากรไม้ การสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของป่าและสัตว์ป่า หรือแม้แต่การสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตประจำวัน ดังนั้น การยึดถือหลักธุดงค์วัตรและแนวปฏิบัติสมถะแบบพระพุทธเจ้าสมัยก่อน สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราได้ เช่น การเลือกอยู่ในที่สงบ เลี่ยงความฟุ้งเฟ้อ และปลูกฝังความเมตตาต่อธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้เรามีจิตใจที่พร้อมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน













































