Automatically translated.View original post

People talking to send like this.. should write?🫠🥹

Oh wow, when I met myself, I was really shocked!!!

I didn't think I would find anything like this with myself.

Very confused. I can't believe that there are people like this.

If you don't find yourself, you won't believe it. 🥹🥲

This person, we talked for a while.

Well, it looks normal. It seems like there's no problem.

As time goes on, you know, you can ask "seriously."

That's it... promise me nothing.

The rules are more taboo than prisoners.

"What is this?"

Saw and discouraged..

What should we do?

Afraid that St. would not find that he still cares for the old man

But if Zen has a problem,

Will he take this one to quote us?

Is for us "old people."

The end is really the end. I definitely don't think about going back to the arrow.

But found like this, really can't go

What should I do? 🥹

# Consult love

# Lemon 8 invites

# Relationship narrative

# Love experience

# Love, relationships

5/28 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่คนคุยส่ง "สัญญา" หรือข้อห้ามต่างๆ ที่เข้มงวดเกินไป จะทำให้เรารู้สึกกดดันและลังเลว่าควรเซ็นหรือไม่ เพราะมันเหมือนกับการถูกควบคุมมากกว่าความรักจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อความที่ระบุว่าห้ามคุยหรือแม้แต่ติดต่อกับคนเก่า รวมถึงการลบเพื่อนและบล็อกทุกช่องทาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตั้งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด เหมือนการจำกัดเสรีภาพของคนที่เข้ามาคุยด้วย ในฐานะที่เคยพบเจอประสบการณ์แบบนี้ อยากแนะนำให้ลองคิดและพิจารณาในมุมกว้างก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา อันดับแรก ควรถามตัวเองว่ารู้สึกสบายใจและมั่นใจในความสัมพันธ์นี้เท่าไร ความรักที่ดีควรจะมีความไว้วางใจและความเข้าใจ ไม่ใช่ความรู้สึกว่าต้องถูกบังคับหรือจำกัดเสรีภาพ ถัดมา ลองสื่อสารความรู้สึกและข้อกังวลที่มีออกไปกับคนคุย ถ้าคนคุยจริงใจและใส่ใจจะต้องเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่แค่ส่งสัญญามาให้เซ็นและถือเป็นกติกาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ สุดท้าย การเซ็นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรบางครั้งอาจกลายเป็นเครื่องมือกดดันหรือข้ออ้างในอนาคต หากความสัมพันธ์มีปัญหา จะทำให้เรารู้สึกถูกบังคับมากขึ้น สิ่งสำคัญคือความสัมพันธ์ควรพัฒนาจากความรู้สึกจริงใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การใช้ "สัญญา" เพื่อจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลหรือเป็นเกราะป้องกันความไม่มั่นคงในใจของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ในความรู้สึกส่วนตัว การเปิดใจพูดคุยกันตรงๆ และตั้งโจทย์ใหม่ร่วมกัน จะช่วยให้ความสัมพันธ์ไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากกว่าการตั้งกฎระเบียบแบบเข้มงวด หากเจอสถานการณ์แบบนี้ ควรฟังเสียงหัวใจของเราว่าสบายใจไหม แล้วตัดสินใจตามนั้น