ถือ 2 สัญชาติหนีทหารเขมร? สิ่งที่คุณจะสูญเสียบอกเลยว่าโคตรพีค!
ถือสองสัญชาติ ไทย-กัมพูชา ถ้ากลัวกฎหมายเกณฑ์ทหาร 2 ปีจนไม่กล้ากลับไปเหยียบเขมร รู้ไหมคะว่าในทางจิตวิทยา สมองคุณกำลังจะเผชิญภาวะ 'เสียดายทิพย์' เพราะต้องสูญเสียสิ่งพรีเมียมระดับโลกที่เขาเคลมไว้! ตั้งแต่การอดเดินสนามบินเตโชแบบเหงาๆ อดกินหอยตากแดดเมนูในตำนาน อดนั่งรถไฟความเร็วสูงทิพย์ ไปจนถึงอดแต่งชุดเคลมเรียกยอดไลก์! หนีทหารน่ะรอดแน่ แต่อกแตกตายเพราะเสียดายของเคลมจริงไหม? เป็นคุณจะยอมอดกินหอยตากแดดเพื่อเซฟตัวเองอยู่ไทย หรือจะยอมเสี่ยงกลับไปกู้ศักดิ์ศรี? คอมเมนต์บอกหน่อยค่ะ!
จากประสบการณ์ส่วนตัวของคนที่ถือ 2 สัญชาติ ไทย-กัมพูชา การตัดสินใจหนีเกณฑ์ทหารของฝ่ายกัมพูชาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นทางหนีปัญหาที่ปลอดภัยกว่าการต้องผ่านการฝึกทหาร 2 ปีที่เข้มงวด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความรู้สึกที่เรียกว่า 'เสียดายทิพย์' ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดจากการพลาดโอกาสและสิทธิพิเศษที่ควรได้รับ เช่น การได้เดินเล่นที่สนามบินเตโชซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของความทันสมัยของกัมพูชา หรือแม้กระทั่งเมนูหอยตากแดด ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่หายากและถูกยกย่องอย่างมาก นอกจากนี้ กัมพูชายังมีแผนสร้างรถไฟความเร็วสูงสายพนมเปญ-ปอยเปตที่จะเชื่อมต่อประเทศกับชายแดนไทย ซึ่งจะเป็นรูปแบบการเดินทางระดับพรีเมียมที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย แต่ถ้าคุณเลือกหนีทหาร คุณก็คงไม่มีโอกาสได้ใช้สิทธิ์นี้ในอนาคต ในเชิงจิตวิทยา ภาวะ 'เสียดายทิพย์' นี้เกิดขึ้นจากการที่สมองของเราเข้าใจว่าตัวเองเสียโอกาสหรือประสบการณ์พิเศษที่ควรจะได้รับ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม ทำให้บางคนรู้สึกเจ็บปวดหรือเสียดายมากกว่าการสูญเสียจริง จากมุมมองส่วนตัว ผมเห็นว่าการเลือกหนีทหารแม้จะปลอดภัย แต่ก็ควรชั่งใจให้ดีว่าพร้อมรับมือกับผลกระทบทางจิตใจและสังคมหรือไม่ เพราะบางครั้งการรักษาศักดิ์ศรีและการมีส่วนร่วมในหน้าที่ของประเทศเกิดใหม่อาจสร้างความภูมิใจและประสบการณ์ที่ไม่สามารถชดเชยได้ด้วยความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากให้ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์นี้ได้ลองทบทวนและคุยกับคนใกล้ชิด เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับความจริงของการเกณฑ์ทหารหรือหาแนวทางแก้ไขทางกฎหมายที่ถูกต้อง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลทุกด้านของชีวิตทั้งกายและใจไปพร้อมกัน























