Do you know? The "fortune god" of Osaka was not born in Japan!
Do you know? The "fortune god" of Osaka was not born in Japan!
Who went to walk the Shin Sekai neighborhood in Osaka?
Must have been eye-catching with the statue of a smiling child
It's definitely called "Billiken," which is this statue.
There will be a belief in fortune.
But even though it's located in Japan, it's actually
Billiken is not of Japanese origin!
เมื่อได้ไปเยือนย่านชินเซไกในโอซาก้า หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะสนใจรูปปั้นเด็กน้อยยิ้มแฉ่งที่รู้จักกันในชื่อ "บิลลิเคน" ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ผู้คนมักจะลูบเท้าเพื่อขอพรความโชคดี แต่ความน่าสนใจคือ บิลลิเคนนั้นไม่ได้ป็นเทพเจ้าที่เกิดในญี่ปุ่นแต่อย่างใด จากการค้นคว้าประวัติ จะพบว่าบิลลิเคนมีต้นกำเนิดที่สหรัฐอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยคุณฟลอเรนซ์ เพรตซ์ ในปี 1908 ซึ่งกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคนั้นและถูกตั้งไว้ในสวนสนุกลูน่าพาร์ก บิลลิเคนจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและโชคลาภที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสัญลักษณ์นี้จะมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมอเมริกัน แต่ในญี่ปุ่นได้ซึมซับและผสานบิลลิเคนเข้ากับความเชื่อเรื่องโชคลาภท้องถิ่น ทำให้บิลลิเคนกลายเป็นเครื่องรางนำโชคที่ชาวโอซาก้าและนักท่องเที่ยวย่านชินเซไกนิยมลูบเท้าเพื่อขอพร อีกทั้งยังมีการตั้งรูปปั้นบิลลิเคนหลายสิบตัวในพื้นที่ย่านนี้ ส่งเสริมบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและความโชคดี จากประสบการณ์ส่วนตัว การไปสัมผัสและลูบเท้าบิลลิเคนที่โอซาก้าจะให้ความรู้สึกเป็นมิตรและน่ารักแตกต่างจากเทพเจ้าหรือเครื่องรางทั่วไป และยังบ่งบอกถึงความเปิดกว้างของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่รับเอากำเนิดต่างชาติแต่สามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตและความเชื่อแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองขอโชคลาภกับบิลลิเคน การไปเดินเล่นในย่านชินเซไก ลองลูบเท้าของบิลลิเคนพร้อมตั้งใจอธิษฐานคงเป็นประสบการณ์เล็กๆ ที่เพิ่มความสนุกและเสริมความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างดีเลยทีเดียว

































































































