เมื่อ "ความกลัว" บีบให้คนหาพวกและการบูลลี่
เราอาจจะเคยได้เรียนรู้ทฤษฎีสัญญาประชาคม (Social Contract) ที่อธิบายว่า ในสมัยโบราณมนุษย์อยู่อย่างโดดเดี่ยวใน "สภาวะธรรมชาติ" แต่ด้วย"ความกลัวและความอ่อนแอ"ต่อภัยอันตราย ทั้งจากสัตว์ร้าย ภัยธรรมชาติ และมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์จึงต้องละทิ้งอิสระบางส่วนมา"รวมกลุ่มกัน" เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและปกป้องซึ่งกันและกัน
แต่สัญชาตญาณการอยู่รอดที่ตกทอดมานับพันปีนี้ กลับกลายเป็น "ดาบสองคม" เมื่อถูกนำมาใช้ในโครงสร้างองค์กรสมัยใหม่ จนเกิดเป็นระบบพวกพ้องและการบูลลี่
1. ระบบพวกพ้อง: การสร้างเกราะคุ้มกันจากความกลัว
เมื่อมนุษย์รู้สึกไม่มั่นคง (Insecurity) ในหน้าที่การงาน สัญชาตญาณดั้งเดิมจะสั่งให้มองหา "เผ่า" หรือ "กลุ่ม" ของตัวเอง ระบบพวกพ้องในที่ทำงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการคอร์รัปชันเสมอไป แต่บ่อยครั้งมันคือการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" สำหรับผู้ที่มีอำนาจ พวกเขาดึงคนสนิทเข้ามาไม่ใช่เพราะเก่งที่สุด แต่เพราะ "วางใจได้ที่สุด" ความกลัวที่จะถูกเลื่อยขาเก้าอี้หรือถูกหักหลัง ทำให้มนุษย์เลือกที่จะอยู่กับพวกเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยง เหมือนกับการที่มนุษย์ถ้ำต้องสลับกันเฝ้ายามกับคนที่ไว้ใจ
2. การบูลลี่: การตัด "คน" ออกจากฝูง
ในทางมานุษยวิทยา การบูลลี่หรือการกีดกันคนอื่นออกจากกลุ่ม (Social Exclusion) คือเครื่องมือในการจัดระเบียบสังคมโบราณ เพื่อกำจัดบุคคลที่คิดว่าอาจทำให้กลุ่มอ่อนแอลง หรือบุคคลที่ "แตกต่าง" ในบริบทที่ทำงาน การบูลลี่มักเกิดขึ้นเมื่อมีใครบางคนทำตัวเด่นกว่า หรือไม่เหมือนพวกกลุ่มเดิมจะรู้สึกว่า "ความมั่นคง" ของพวกตนกำลังสั่นคลอน การบูลลี่จึงเป็นกลไกการป้องกันตัวที่ผิดเพี้ยน เพื่อกดขี่คนอื่นให้ดูด้อยกว่า และย้ำเตือนอำนาจของกลุ่มตนเอง
3. วงจรที่ทำลายระบบคุณธรรม
เมื่อความกลัวเป็นตัวขับเคลื่อน ระบบจะบิดเบี้ยวทันที:
- คนในกลุ่ม: จะได้รับการปกป้องแม้จะกระทำผิด (เพราะเป็นพวกเดียวกัน)
- คนนอกกลุ่ม: จะถูกจับผิดหรือบูลลี่ ด้อยค่า แม้จะทำดีให้องค์กรมานานแค่ไหน (เพราะถูกตัดสินไปว่าเป็นภัยคุกคาม)
ผลที่ตามมาคือ องค์กรจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลหรือความยุติธรรมจริง แต่ขับเคลื่อนด้วย "กฎหมู่" ที่มุ่งเน้นการรักษาอำนาจของกลุ่มมากกว่าความเป็นธรรมของส่วนรวม
บทสรุป
เราอาจจะออกจากถ้ำมานานแล้ว แต่สัญชาตญาณ"ความกลัว"และ"ความอ่อนแอ"ยังคงฝังอยู่ใน DNA การสร้าง "ระบบพวกพ้อง" และการ "บูลลี่" จึงเป็นเพียงการพยายามเอาตัวรอดในรูปแบบเดิม ๆ ในโลกยุคใหม่ ทางที่พอจะแก้ได้ คือต้องมี"กติกาอันเป็นธรรมที่จำเป็นต้องเคารพร่วมกัน" เพื่อให้ความมั่นคงของบุคลากรขึ้นอ ยู่กับความสามารถ ไม่ใช่การต้องสังกัดอยู่ภายใต้อำนาจของใครหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ถ้าวันนี้คุณเห็นคนที่จับกลุ่มรังแกคุณหรือผู้อื่น แทนที่จะรู้สึกโดดเดี่ยวและด้อยค่าตามที่ถูกกด ลองมองดูดี ๆ ว่าภายใต้ความฮึกเหิมเมื่ออยู่เป็นกลุ่ม พวกเขากำลังปกป้องอะไร"ความเป็นธรรม"จริง ๆ หรือ"การปกป้องพวกตน" การกระทำเหล่านั้นกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย"ความกล้า"หรือ"ความกลัว"อยู่กันแน่?




















