I'm pretty chopped the Spa Salon feed in 5 minutes with this jar of HAIR IT! 🧖🏼♀️💖
หลายคนถามเรื่อง “hairit” กับ “ทรีทเม้นท์” ว่าต่างจากครีมนวดไหม และควรใช้ยังไงให้เห็นผลจริง เราแชร์จากที่ลองทำเองที่บ้านนะคะ ทรีทเม้นท์จะเน้นบำรุงลึกกว่าครีมนวด โดยเฉพาะสายผมแห้ง ชี้ฟู ทำสี ยืด/ดัด หรือโดนความร้อนบ่อยๆ จะเห็นความต่างชัดกว่า สำหรับ HAIR IT กระปุกนี้ที่เป็นแนว Hair Spa & Treatment เนื้อเข้มข้น แต่เกลี่ยง่าย พอหมักครบเวลาผมจะ “นุ่มลื่นทิ้งตัว” และดูมีน้ำหนักขึ้นแบบที่สังเกตได้เลย ทริคการใช้ให้เหมือนเพิ่งออกจากซาลอน (ทำตามนี้แล้วเวิร์กมาก) 1) สระผมแล้วล้างด้วย “น้ำอุ่น” ก่อน เพื่อช่วยเปิดเกล็ดผมให้รับการบำรุงได้ดีขึ้น 2) บีบน้ำออกจากผมให้หมาดๆ ก่อนค่อยลงทรีทเม้นท์ (ถ้าผมเปียกน้ำมากเกินไป เนื้อทรีทเม้นท์จะเจือจางและหลุดง่าย) 3) ชะโลมให้ทั่ว “ช่วงกลางถึงปลายผม” เป็นหลัก แล้วค่อยไล่ขึ้นด้านบนเล็กน้อย (คนผมมันง่ายไม่ต้องโบกโคน) 4) ใช้หวีซี่ห่างสาง 20–30 วินาที จะช่วยให้เนื้อกระจายทั่วเส้น ลดผมพันกัน 5) หมักทิ้งไว้ 5 นาทีตามที่เขาแนะนำ แล้วล้างออกให้สะอาด เรื่องส่วนผสมที่รู้สึกได้กับผม - Keratin 5% ช่วยให้ผมดูแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะปลายผมที่ชอบแตก - Hyaluronic Acid 5% ให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผมดูเงาและไม่ฟูง่าย - Wheat Micro Protein + Hydrolyzed Amino Acids ช่วยเคลือบผมให้เรียบลื่น เวลาไดร์จะจัดทรงง่ายขึ้น ควรใช้บ่อยแค่ไหน? - ผมเสีย/ทำสี: 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วงแรก แล้วค่อยลดเหลือสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง - ผมปกติ: สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ (ถ้าใช้ทุกวันอาจหนักผมสำหรับบางคน โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็ก) ปัญหาที่เจอบ่อย + วิธีแก้ - ใช้แล้วผมลีบ/มันไว: ลดปริมาณลง โฟกัสปลายผม และล้างออกนานขึ้นอีกนิด - ใช้แล้วไม่ค่อยต่าง: ลองทำตอนผมหมาด + หวีสาง + หมักครบเวลา จะเห็นผลชัดกว่า โดยรวมถ้าใครกำลังมองหา “ทรีทเม้นท์ hairit” ที่ทำเองง่ายๆ แค่ 5 นาที แต่ให้ฟีลสปาซาลอน เราว่าเป็นไอเท็มที่เหมาะมาก โดยเฉพาะวันรีบๆ แต่อยากให้ผมสวยนุ่มลื่นไม่ชี้ฟูค่ะ



























































