ฟ้องครูแต่เพิกเฉย ที่ไหนเป็นกันบ้างคะ!?
ถึงเวลาที่ต้องออกมาเล่าเรื่องนี้สักที!!
เราตั้งใจส่งลูกให้ไปเรียน ไม่ใช่ส่งไปให้ถูกรังแก!!
การที่จะมีเด็กเล่นแรง หรือเด็กเกเร
เป็นเรื่องพอทำใจไว้แล้วว่าอาจจะต้องได้เจอ
แต่ก็ไม่คิดว่าโรงเรียนจะไม่มีวิธีจัดการ
และเพิกเฉยได้ขนาดนี้ มันช่างปวดใจคนเป็นแม่เหลือเกิน
ก่อนหน้านี้ลูกบอกทุกวัน โดนเพื่อนแกล้ง เอาหัวโขก หัวโนหัวปูดเขียวช้ำ ผลักกันตกบันได กระชากกระเป๋าจนพวงกุญแจขาด แย่งสติกเกอร์ดึงออกไปจากเสื้อ สิ่งที่ได้ยิน คือ ครูก็ได้แต่บอกว่า ”เด็กเล่นกัน“
แต่ครั้งนี้มันเกินไปมาก!! เกินจะทนรับไหว
ลูกชายฝน เรียนอยู่ อ.2
โดนเพื่อนทำร้ายอวัยวะเพศอักเสบติดเชื้อ (ดีดและดึง)
ในช่วงเช้า คลาสเรียนว่ายน้ำ ..
(ต้องโตมาในครอบครัวแบบไหน?)
ครูไม่โทรแจ้ง
จนแม่สังเกตเห็นเองว่า หลังเลิกเรียน ลูกฉี่ไม่ออก
มีอาการบวมแดง พาไป รพ คุณหมอจ่ายยาฆ่าเชื้อให้
หยุดเรียนไป 7 วัน ค่ารักษา 99x บาท
ครูประจำชั้นบอกไม่อยู่ในเหตุการณ์
(คลาสว่ายน้ำ ควรดูแลใกล้ชิด แล้วครูอยู่ไหน?)
ผู้บริหารโรงเรียน บอกว่า เด็กเล่นกัน
ผู้ปกครอง ไม่แสดงความรับผิดชอบ
ค่ารักษาพยาบาลไม่มีคนจ่าย ค่าเยียวยาไม่ต้องพูดถึง
โรงเรียนไม่มีมาตรการความปลอดภัย
และบทลงโทษ ลงทัณฑ์ใครใดๆ
แต่ใช้ความเงียบ และเพิกเฉย ไม่มีอัพเดทอีกเลย
ขอความเห็นแม่ๆ และทุกๆ คน
ว่าเราควรจัดการเรื่องนี้ต่อไปยังไงคะ?
ในฐานะคนเป็นพ่อแม่ การส่งลูกไปโรงเรียนถือเป็นการไว้วางใจว่าลูกของเราจะได้รับการดูแลและความปลอดภัยอย่างดีที่สุด แต่ประสบการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ของมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน ที่ไม่เพียงจะเกิดความเสียหายต่อร่างกาย แต่ยังอาจสร้างผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงต่อเด็ก กรณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเด็กเล่นกัน แต่คือเรื่องของการกลั่นแกล้งที่ล่วงล้ำสิทธิและร่างกายของเด็กอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครูผู้รับผิดชอบไม่แสดงความรับผิดชอบ อย่างในเหตุการณ์คลาสว่ายน้ำ ที่ผู้ดูแลไม่อยู่ใกล้ชิดและไม่แจ้งเหตุการณ์ต่อผู้ปกครอง ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องถูกพูดถึงอย่างจริงจัง ความปลอดภัยในโรงเรียนควรมีมาตรฐานชัดเจน เช่น การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด การจัดเวรครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการมีช่องทางแจ้งเหตุการณ์ที่ง่ายและโปร่งใส อีกทั้งบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดควรมีความเหมาะสมและชัดเจน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย ในมุมของผู้ปกครอง การสังเกตอาการและพฤติกรรมของลูกอย่างละเอียดคือสิ่งสำคัญ เมื่อพบความผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือปัสสาวะลำบาก ควรพาไปพบแพทย์ทันที และเก็บหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อเตรียมเรียกร้องสิทธิและเยียวยา สิ่งที่เห็นจากเหตุการณ์นี้คือความเงียบและการเพิกเฉยจากโรงเรียนซึ่งควรทบทวนทัศนคติและนโยบายใหม่เพื่อความปลอดภัยของเด็กทุกคน เรื่องราวนี้จึงอยากชวนให้ผู้ปกครองทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ร้องขอความโปร่งใสและมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อหยุดปัญหาการกลั่นแกล้งและการรังแกในโรงเรียนอย่างเด็ดขาด







