เรื่องราวบีบหัวใจของลิง ที่ทำคนร้องไห้ พันช์คุง ลิงตัวน้อย อายุ 6 เดือน ทำสะเทือนใจทั้งโลก ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสอ้อมกอดแม่ แม้แต่ครั้งเดียว ทำได้เเค่กอด ตุ๊กตาลิงสีส้ม ที่คิดว่าเป็นเเม่
เรื่องราวของพันช์คุงเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ปี 2568 ค่ะ ที่สวนสัตว์เมืองอิชิคาวะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เค้าลืมตาดูโลกมาพร้อมกับความหวังที่สดใส มีน้ำหนักเพียง 500 กรัม แต่เพียงไม่กี่วินาทีแรก แม่ของของเค้ากลับแสดงพฤติกรรมที่น่าตกใจ เธอเป็นแม่มือใหม่ และมีภาวะเครียดหนักมาก จึงปฏิเสธเจ้าลิงน้อย อย่างไร้เยื่อใย
เนเน่ เเม่ลิง แทนที่จะโอบอุ้ม ให้ลูกได้ดูดนม และให้ความอบอุ่นเหมือนกับแม่ลิงตัวอื่นๆ ทำ เจ้าเนเน่ กลับเดินหนี ไม่ยอมให้พันช์คุงเข้าใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว ภาพที่บีบหัวใจ คือ เจ้าลิงน้อยตัวจิ๋ว พยายามส่งเสียงร้อง
พร้อมกับตะเกียกตะกายตามแม่ไปติดๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่า และถูกผลักไส
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจต้องเข้ามาดูแลพันช์คุงอย่างใกล้ชิด เพราะหากปล่อยไว้ เขาอาจจะไม่รอดชีวิต พันช์คุงจึงถูกแยกออกมาเลี้ยงดูด้วยนมผง เขาเติบโตขึ้นมาในความดูแลของมนุษย์
นี่คือเรื่องราวของลิงหิมะตัวน้อย ที่ไม่เคยรู้จักคำว่าว่า อ้อมกอดแม่ เป็นยังไง ไม่เคยได้สัมผัสความอบ อุ่นจากอกของแม่ แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว แม้ว่าสายตาของเค้าจะยังคงมองหาแม่อยู่ตลอดเวลา
แต่ท่ามกลางความโดดเดี่ยว พันช์คุงก็มีตุ๊กตาลิงอุรังอุตังสีส้ม ที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ให้กับมันไว้ พันช์คุงกอดมันไว้แน่นตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนนอน ตอนตื่น ตอนเล่น หรือตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับอะไรที่น่ากลัว เพราะเขาคงคิดว่า นี่คือแม่ของเขา ราวกับว่าตุ๊กตาตัวนี้คือแม่ที่คอยปกป้องเขาเสมอมา
ตอนนี้ พันช์คุง เป็นกระแสหนักมาก
จนเกิดแฮชแท็ก #がんばれパンチ เพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจพันช์คุงสู้ต่อ
พันช์คุงอาจจะไม่มีแม่แท้ๆ คอยกอด แต่เขาก็มีหัวใจที่เข้มแข็ง และมีผู้คนมากมายที่คอยรักและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ แล้วคุณล่ะ คิดยังไง กับเรื่องราวของเจ้าลิงน้อยตัวนี้
เครดิตข้อความ เพจ อีจัน
ประสบการณ์ดูแลสัตว์เลี้ยงในสวนสัตว์ให้เราได้เรียนรู้ว่า ความรักและความใส่ใจมีผลอย่างมากกับการเจริญเติบโตของสัตว์ที่ไม่มีแม่อุ้ม ในกรณีของพันช์คุง ลิงน้อยผู้ถูกแม่ปฏิเสธตั้งแต่แรกเกิด การมีตุ๊กตาลิงสีส้มที่คล้ายแม่จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น พันช์คุงกอดตุ๊กตานั้นทุกครั้งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน มันเป็นเหมือนตัวแทนความรักที่เขาขาดหายไป สิ่งนี้ทำให้เรานึกถึงความสำคัญของการรับฟังความรู้สึกของสัตว์และผู้ดูแลที่จะช่วยให้พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ นอกจากนี้ การที่ผู้คนทั่วโลกให้กำลังใจผ่านโซเชียลส่งผลดีต่อสุขภาพใจของสัตว์และทีมงานที่ดูแลเขาด้วย เราสามารถเห็นได้ว่าความรักไม่จำเป็นต้องมาจากแม่เท่านั้น แต่ยังมาจากความใส่ใจของมนุษย์และชุมชน สำหรับผู้ที่สนใจและอยากช่วยเหลือหรือให้กำลังใจสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง หรือต้องการเรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ในสวนสัตว์ การติดตามเรื่องราวของพันช์คุงไม่เพียงเป็นการได้รับความรู้ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เรารักและให้ความสำคัญกับชีวิตทุกชีวิตอย่างลึกซึ้ง



































