เตือนผู้ใช้ Windows 11 23H2 ใกล้หมดซัพพอร์ต พ.ย. 2025 🚨

Microsoft ออกประกาศแจ้งผู้ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 ว่าใกล้จะถึงช่วง End-of-service ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2025 สำหรับรุ่นที่ได้รับผลกระทบได้แก่ Home, Pro, Pro Education, Pro for Workstations และ Windows 11 SE

.

หลังจากวันกำหนดดังกล่าว อัปเดตความปลอดภัยในเดือนพฤศจิกายน 2025 จะเป็นครั้งสุดท้าย เครื่องที่ยังคงใช้เวอร์ชัน 23H2 ต่อไปจะไม่ได้รับการอัปเดตใหม่หรือแพตช์ความปลอดภัยอีก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านไซเบอร์

.

เพื่อให้ระบบยังปลอดภัยและใช้งานได้ต่อเนื่อง Windows Update จะเริ่มอัปเกรดอุปกรณ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการองค์กรไปเป็น Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเลือกเวลาสะดวกนอกชั่วโมงทำงานเพื่อรีสตาร์ทและติดตั้งได้ เวอร์ชัน 24H2 นี้เป็นอัปเดตใหญ่ประจำปี 2024 ที่เริ่มปล่อยแล้วให้กับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์

.

สำหรับผู้ที่ต้องการอัปเดตก่อนคิว สามารถเข้าไปที่ การตั้งค่า > Windows Update แล้วเลือก “รับอัปเดตล่าสุดทันทีที่มีให้” หรือใช้ Installation Assistant / Media Creation Tool จากเว็บไซต์ Microsoft เพื่อติดตั้งด้วยตัวเองได้เช่นกัน

.

หากต้องการตรวจสอบกำหนด End-of-service ของ Windows รุ่นอื่น ๆ สามารถดูได้ที่หน้า Windows Lifecycle FAQ หรือค้นหาผ่าน Lifecycle Policy เพื่อวางแผนอัปเกรดให้ทันเวลาและใช้งานได้อย่างปลอดภัยต่อไปครับ

.

ที่มา : neowin

#windows11 #ไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้

2025/8/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเจอ “โลโก้ Windows 11” ตามข่าวหรือภาพแจ้งเตือน แล้วสงสัยว่าเกี่ยวกับอะไร—ช่วงนี้มันมักถูกใช้คู่กับประกาศสำคัญเรื่อง Windows 11 23H2 ใกล้หมดซัพพอร์ต (End-of-service) ซึ่งแปลตรงๆ ว่าหลังถึงกำหนดแล้ว เครื่องที่ยังใช้เวอร์ชันเดิมจะไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนต่อเนื่อง ทำให้ความเสี่ยงโดนมัลแวร์/แรนซัมแวร์สูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้อินเทอร์เน็ตตลอดหรือใช้ทำงาน ถ้าคุณเห็นหน้าต่าง Windows Update ขึ้นว่า “24H2 พร้อมให้ดาวน์โหลดและติดตั้ง” นั่นคือสัญญาณดีค่ะ/ครับ เพราะ Microsoft ทยอยดันให้ย้ายจาก 23H2 ไป 24H2 เพื่อให้ยังได้รับแพตช์ต่อเนื่อง วิธีเช็กเวอร์ชันที่ใช้อยู่ก็ง่ายมาก: กดปุ่ม Windows พิมพ์ “winver” แล้วดูบรรทัด Version/OS Build ถ้าขึ้น 23H2 แปลว่ายังอยู่ในกลุ่มที่ต้องวางแผนอัปเกรด แนวทางที่ผม/ฉันใช้แล้วเวิร์ก (และแนะนำให้ทำก่อนกดอัปเดตใหญ่): 1) สำรองไฟล์สำคัญก่อน เช่น Documents/รูปงาน/ไฟล์โปรเจกต์ ขึ้น OneDrive หรือ External drive 2) เช็กพื้นที่ว่างไดรฟ์ C: ให้เหลืออย่างน้อย 20–30GB จะช่วยลดปัญหาอัปเดตค้าง 3) เสียบปลั๊ก/ชาร์จแบตให้เต็ม โดยเฉพาะโน้ตบุ๊ก เพราะช่วงติดตั้งอาจรีสตาร์ทหลายรอบ 4) อัปเดตไดรเวอร์หลักๆ (การ์ดจอ/ชิปเซ็ต) ผ่าน Windows Update หรือเว็บผู้ผลิต ถ้าเครื่องเคยมีปัญหาไดรเวอร์มาก่อน ส่วนวิธีอัปเกรดเป็น 24H2 แบบเร็ว: ไปที่ การตั้งค่า > Windows Update แล้วเปิดตัวเลือก “รับอัปเดตล่าสุดทันทีที่มีให้” จากนั้นกด Check for updates ถ้าขึ้น 24H2 ก็สั่งดาวน์โหลดได้เลย และเลือกเวลาติดตั้งนอกชั่วโมงทำงานเพื่อลดสะดุดระหว่างประชุม/เรียนออนไลน์ ถ้าไม่เห็น 24H2 ยังไม่ต้องตกใจค่ะ/ครับ บางเครื่องจะทยอยปล่อยเป็นรอบๆ (ขึ้นกับสเปก/ความเข้ากันได้) ระหว่างรอ แนะนำให้อัปเดตแพตช์ล่าสุดของ 23H2 ให้ครบ และคอยเช็ก Windows Update เป็นระยะ เมื่อถึงรอบแล้วจะมีแจ้งเตือนพร้อมโลโก้ Windows 11 และข้อความให้ดาวน์โหลดเอง หรือบางเคสระบบอาจเสนออัปเกรดอัตโนมัติให้ สุดท้าย ถ้าอัปเดตแล้วอยากมั่นใจว่าปลอดภัยขึ้นจริง ให้เช็กว่า Windows Security เปิดทำงาน, เปิดไฟร์วอลล์, และตั้งค่าอัปเดตอัตโนมัติไว้เสมอ—เพราะต่อให้จำโลโก้ Windows 11 ได้แม่นแค่ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “แพตช์ความปลอดภัย” ที่ตามมาทุกเดือนค่ะ/ครับ