หมู: สดใสอยู่ดีๆ จนกระทั่งเจอกะหล่ำปลีม่วง 😂
ถ้าใครกำลังสงสัยว่า “กะหล่ำปลีม่วง สรรพคุณ” มีอะไรบ้าง เราเคยเป็นเหมือนกันค่ะ ตอนแรกซื้อมาเพราะสีสวยมาก เอาไปใส่สลัดแล้วถ่ายรูปคือสดใสสุด แต่พอเริ่มกินบ่อยๆ เลยลองอ่านข้อมูลเพิ่ม แล้วสรุปแบบคนทั่วไปเข้าใจง่ายได้ประมาณนี้ 1) จุดเด่นของกะหล่ำปลีม่วง กะหล่ำปลีม่วงมีสารกลุ่มแอนโทไซยานิน (anthocyanins) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ตัวนี้แหละที่ทำให้สีม่วงเข้มๆ และมักถูกพูดถึงเรื่องช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น ช่วยลดความเครียดของเซลล์จากอนุมูลอิสระ เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มผักสีเข้มในมื้ออาหาร 2) ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันและผิวพรรณแบบทางอ้อม โดยทั่วไปกะหล่ำปลี (รวมถึงม่วง) เป็นผักที่มีวิตามินและใยอาหารพอสมควร การกินผักให้หลากหลายสีช่วยให้เราได้สารอาหารหลายกลุ่มขึ้น ซึ่งเรารู้สึกว่าช่วงไหนกินผักสม่ำเสมอ ระบบขับถ่ายดีขึ้น และผิวดูไม่โทรมง่าย (อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ) 3) ใยอาหารสูง อิ่มนาน ขับถ่ายดี ข้อที่เราชอบสุดคือ “อิ่มนาน” กะหล่ำปลีม่วงหั่นฝอยใส่จานเพิ่มอีกนิด ปริมาณอาหารดูเยอะขึ้นแต่แคลอรีไม่พุ่งมาก แถมใยอาหารช่วยให้ขับถ่ายเป็นเวลา โดยเฉพาะถ้าดื่มน้ำตามให้พอ 4) วิธีทำให้กินง่าย (ไม่เขียว ไม่เหม็น) - ทำสลัด/โคลสลอว์: หั่นฝอย คลุกเกลือนิดเดียวแล้วบีบน้ำออก จะลดกลิ่นเขียวๆ ได้ดี จากนั้นค่อยคลุกน้ำสลัด - ผัดไฟแรงไวๆ: ใส่กระเทียมนิดนึง ผัดเร็วๆ ให้ยังกรอบ สีจะสวยและไม่เละ - ดองแบบเร็ว: น้ำส้มสายชู+น้ำ+น้ำตาลนิด+เกลือหน่อย แช่ไว้ 30 นาที กินกับของทอดอร่อยมาก ตัดเลี่ยนสุดๆ 5) เคล็ดลับเลือกซื้อและเก็บให้สด เลือกหัวที่แน่น ใบตึง สีม่วงสด ไม่มีจุดช้ำ พอกลับบ้านให้ห่อกระดาษ/ใส่ถุงซิปล็อกแล้วแช่ช่องผัก จะช่วยให้กรอบนานขึ้น ถ้าหั่นแล้วควรเก็บในกล่องปิดสนิทและใช้ให้หมดใน 2–3 วันเพื่อความสด 6) ข้อควรรู้เล็กๆ ถ้าท้องอืดง่าย ลองเริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อน และเลือกกินแบบสุกจะย่อยง่ายกว่า ส่วนคนที่มีโรคประจำตัวหรือจำกัดอาหารบางอย่าง ก็เช็กให้เหมาะกับตัวเองด้วยนะคะ โดยรวมสำหรับเรา กะหล่ำปลีม่วงคือผักที่ “สวยและมีประโยชน์” กินง่ายกว่าที่คิด ถ้าใครอยากเริ่มเพิ่มผักในมื้ออาหาร ลองเริ่มจากหั่นใส่สลัดหรือทำดองเร็วๆ ก่อน รับรองติดใจค่ะ





















