สรุปสาระสำคัญของผลสำรวจธนาคารกลางทั่วโลกเกี่ยวกับการถือครองทองคำ
1. ธนาคารกลางยังคงมองบวกต่อทองคำอย่างมาก
* 89% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า ปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
* 45% คาดว่า ธนาคารกลางของตนเองจะเพิ่มการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
* ส่วนใหญ่ที่เหลือคาดว่าจะคงระดับเดิม และมีเพียง 1% ที่คาดว่าจะลดการถือครอง
2. เหตุผลหลักที่ธนาคารกลางถือทองคำ
* เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤต
* ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสำรองระหว่างประเทศ
* ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
* ป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)
* เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระจายความเสี่ยงจากสกุลเงินต่างประเทศ
3. แนวโน้มลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ
* 74% ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่า สัดส่วนการถือครองดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองโลกจะลดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า
* สัดส่วนของ ยูโรและหยวนจีน คาดว่าจะทรงตัว
* ในขณะที่ สัดส่วนทองคำในทุนสำรองจะเพิ่มขึ้น
4. วิธีการจัดหาเงินเพื่อซื้อทองคำเพิ่ม
* 50% ใช้วิธีซื้อทองคำจากแหล่งภายในประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่น
* 38% ใช้วิธีขายสินทรัพย์สำรองอื่นเพื่อนำเงินมาซื้อทองคำ
5. สถานที่เก็บทองคำสำรอง
อันดับความนิยมของสถานที่เก็บทองคำ:
1. Bank of England 57%
2. การเก็บภายในประเทศ 49%
3. Bank for International Settlements 16%
4. Swiss National Bank 6% (ลดลงจาก 12% ในปี 2025)
6. แนวโน้มย้ายและกระจายสถานที่เก็บทองคำ
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา:
* 9% เพิ่มการเก็บทองคำภายในประเทศ
* 10% กระจายการเก็บไปยังหลายประเทศมากขึ้น
แผนใน 12 เดือนข้างหน้า:
* 7% วางแผนเพิ่มการเก็บภายในประเทศ
* 9% วางแผนกระจายสถานที่เก็บในต่างประเทศเพิ่มเติม
⸻
บทสรุปเชิงกลยุทธ์
ผลสำรวจสะท้อนว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุค “De-dollarization” อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองมากขึ้น ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์สำหรับรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้แนวโน้มอุปสงค์ทองคำจากภาคธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่งในระยะกลางถึงระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำโลกในอนาคต. ref: https://www.gold.org/goldhub/research/central-bank-gold-reserves-survey-2026
จากผลสำรวจพบว่าธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มมองทองคำเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นจริงๆ ผมเองเคยติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายสำรองระหว่างประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เห็นว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนของตลาดเงินสากล ทำให้ธนาคารกลางเลือกเพิ่มสัดส่วนทองคำเพื่อลดความเสี่ยงจากดอลลาร์สหรัฐที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย นอกจากนี้ การกระจายสถานที่เก็บทองคำ เช่น การเพิ่มการเก็บภายในประเทศ หรือการกระจายไปยังหลายประเทศตามที่สำรวจ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการเข้าถึงทองคำเมื่อสถานการณ์ไม่ปกติ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้สถาบันการเงินระดับโลกบางแห่งได้รับผลกระทบ รู้สึกว่าการจัดการทองคำอย่างรอบคอบทั้งการซื้อ การเก็บและการบริหารจัดการ ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในยุคนี้ ส่วนวิธีการจัดหาเงินเพื่อซื้อทองคำเพิ่ม เช่น การซื้อในประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่นหรือการขายสินทรัพย์อื่นๆ เป็นสัญญาณชัดเจนถึงความต้องการลดความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ส่วนตัวผมมองว่าเทรนด์นี้จะยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายปี รวมถึงส่งผลบวกต่อตลาดทองคำโลกให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์ทองคำและผู้ที่สนใจทองคำควรติดตามข้อมูลนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดสำคัญอย่างแท้จริง


