When should the trail run increase?⛰️🌿
Dad, ask me, when should we increase the range? 🏃🏻♀️🏃🏃🏻♂️🏃🏻♀️ ➡️🌿✨# Trail running # Trail runner # Trail running technique # The headman of the bird
สำหรับนักวิ่งเทรลที่เริ่มต้นจากระยะสั้นและอยากก้าวสู่ระยะไกลขึ้น เรื่อง "เมื่อไหร่ที่ควรเพิ่มระยะ" เป็นคำถามที่เจอบ่อยมาก โดยประสบการณ์ส่วนตัว เวลาเรารู้สึกว่าวิ่งในระยะที่มีอยู่เริ่มรู้สึกเบื่อ หรือไม่ท้าทายพอ นั่นถือเป็นสัญญาณแรกว่าร่างกายและจิตใจพร้อมสำหรับการเพิ่มระยะ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมั่นใจว่าระยะปัจจุบันที่วิ่งสามารถวิ่งได้อย่างนิ่งและคุมความเร็วได้ดี กล่าวคือ เมื่อวิ่งเสร็จแล้วยังมีแรงเหลือ หรือรู้สึกว่าสามารถวิ่งต่อได้อีกโดยไม่หมดแรงเกินไป เช่น ถ้าวิ่ง 50 กิโลเมตรแล้วคุณยังรู้สึกมีแรงเหลือ และไม่เจ็บปวดจนเกินไป นั่นคือเวลาที่สามารถพิจารณาเพิ่มระยะไป 70-100 กิโลเมตรได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ การเรียนรู้ที่จะควบคุมร่างกายและจิตใจให้ดีในระยะปัจจุบัน เป็นเรื่องที่ท้าทายและสำคัญมาก เพราะถ้าเรายังไม่เข้าใจความสามารถของตัวเองดีพอ การเพิ่มระยะอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือหมดแรงจนต้องยุติการแข่งขัน (DNF) หลายครั้ง ซึ่งย่อมส่งผลเสียต่อกำลังใจและสุขภาพ สำหรับวิธีการฝึกซ้อม การแบ่งการฝึกออกเป็น 2 ส่วนคือ ฝึก "ความเร็ว" และฝึก "ระยะ" โดยเฉพาะการฝึกให้ร่างกายชินกับการวิ่งระยะไกลอย่างน้อย 5,000-6,000 เมตร (หรือประมาณ 22-23 ชั่วโมงในการวิ่ง) จะช่วยให้เรามั่นใจว่าร่างกายพร้อมรับมือกับความเหนื่อยล้าในระยะที่นานขึ้นได้ ถ้าเพื่อนหรือกลุ่มวิ่งชวนไปวิ่งระยะไกลมากขึ้นก็ควรประเมินตัวเองก่อนว่ามีความพร้อมแค่ไหน การไปวิ่งกับเพื่อนอาจทำให้สนุกและมีกำลังใจ แต่ถ้าซ้อมไม่ถึงอาจทำให้ตอนวิ่งรู้สึกทรมาน ร่างกายไม่ไหวจนไม่สนุกและอาจทำให้ต้องหยุดกลางคัน สุดท้าย ความสนุกและความปลอดภัยในการวิ่งเทรลคือหัวใจสำคัญ อย่าเพิ่มระยะเร็วเกินไปจนทำร้ายตัวเอง การฟังเสียงร่างกายและใช้เวลาฝึกฝนจนแข็งแกร่ง ควบคู่กับการตั้งเป้าหมายอย่างเหมาะสม จะทำให้การวิ่งเทรลของคุณเป็นประสบการณ์ที่ทั้งท้าทายและมีความสุขอย่างแท้จริง



































































































