โพรไบโอติกที่รู้ใจที่สุด 👩🏻❤️💋👩🏻😍
ช่วงนี้เราให้ความสำคัญกับ “สุขภาพลำไส้” มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าถ้าท้องสบาย ชีวิตประจำวันก็สบายตามไปด้วย เลยได้ลองแนวโพรไบโอติกแบบที่มีทั้ง probiotics + prebiotics อย่าง Modgut สูตร Harmony (เห็นชื่อในภาพว่า Modgut probiotics ++ / Harmony) แล้วอยากมาแชร์เป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะเริ่มยังไงดี 1) Probiotics + Prebiotics ต่างกันยังไง (แบบที่เราเข้าใจ) - Probiotics คือจุลินทรีย์ดีที่เรากินเข้าไปเพื่อช่วยบาลานซ์ลำไส้ - Prebiotics คือ “อาหารของจุลินทรีย์ดี” ช่วยให้โพรไบโอติกทำงานได้ดีขึ้น เรารู้สึกว่าพอเป็นสูตรที่รวมกัน (probiotics ++ + prebiotics) จะตอบโจทย์คนเริ่มต้น เพราะเหมือนช่วยกันทำงานเป็นทีม 2) เรากินตอนไหนถึงรู้สึกโอเค ส่วนตัวจะพยายามกินให้เป็นเวลาเดิม ๆ เพื่อให้ไม่ลืม โดยมากเราจะเลือกช่วงเช้าหรือก่อนนอน (เลือกช่วงที่ท้องไม่แน่นจนเกินไป) แล้วดื่มน้ำตามเยอะ ๆ รู้สึกว่าช่วยให้ร่างกาย “รับ” ได้ดีขึ้น ใครที่เพิ่งเริ่ม แนะนำให้สังเกตตัวเอง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะบางคนอาจมีอาการท้องอืด/ผายลมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยช่วงปรับตัว 3) เหมาะกับใคร (จากประสบการณ์เรา) - คนที่อยากเริ่มดูแลตัวเองแบบเบสิก ๆ เรื่องลำไส้ - คนที่รู้สึกว่าช่วงนี้กินไม่ค่อยเป็นเวลา/ผักผลไม้น้อย แล้วอยากเสริมการดูแล - คนที่อยากได้รูทีนง่าย ๆ แบบหยิบกินได้ต่อเนื่อง 4) ทริคเลือกโพรไบโอติกให้เข้ากับตัวเอง - ดูว่าเป็นสูตรที่มีสายพันธุ์ชัดเจน/มีการระบุว่าเป็น probiotics และมี prebiotics ด้วยไหม - เลือกแบรนด์ที่เก็บรักษาง่ายและกินต่อเนื่องได้จริง (อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้าซื้อแล้วกินไม่ต่อเนื่องก็ไม่เห็นความต่าง) - ถ้าท้องไหว้ง่าย ค่อย ๆ ปรับปริมาณและดื่มน้ำมากขึ้น 5) ข้อควรระวังเล็ก ๆ ที่เราเช็กก่อนกิน ถ้ามีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์/ให้นม หรือกินยาประจำอยู่ เราจะอ่านฉลากและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ และโพรไบโอติกไม่ใช่ยารักษาโรค—เราใช้เป็นตัวช่วยเสริมกับการกินอาหารให้สมดุล นอนให้พอ และขยับร่างกาย โดยรวม Modgut สูตร Harmony เป็นตัวที่เรารู้สึกว่า “เข้ากับรูทีน” และทำให้เราอยากดูแลตัวเองต่อเนื่องมากขึ้น ใครที่กำลังหาโพรไบโอติกที่มีทั้ง prebiotics + probiotics ลองใช้เป็นไอเดียประกอบการตัดสินใจได้เลยค่ะ

















