รีวิวหนังสือ เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร

เนื้อหาโหดร้ายรุนแรงจนผมแทบจะอ่านไม่ไหว

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร

7 คะแนน หรือ ★ ★ ★ ☆

เนื้อหาดี อ่านง่าย เข้าใจไม่ยาก จะยากก็เพราะเนื้อหามีความโหดร้ายรุนแรงนี่แหละ ทำให้อ่านรวดเดียวยาว ๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะสองบทแรกฆาตกรโหดและโรคจิตมากจนผมอ่านแทบไม่ไหว ต้องละไว้แล้วไปอ่านเล่มอื่นก่อนแล้วค่อยมาอ่านต่อ แต่ตั้งแต่บทที่สามไปฆาตกรไม่ค่อยโหดเท่าบทหนึ่งกับสองนะ ทำให้อ่านยาว ๆ จนจบได้

เนื้อหาส่วนมากจะเกี่ยวกับฆาตกรเริ่มจากภูมิหลัง การเลี้ยงดูแบบต่าง ๆ ที่ตรงกับหัวข้อที่ผู้เขียนได้กำหนดไว้ และคดีต่าง ๆ ที่ฆาตกรได้ทำไว้ ซึ่งถูกเสริ์ฟมาแบบรัว ๆ ให้ผู้อ่านได้อ่าน ซึ่งผมคิดว่ามันเยอะไป แต่ที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์ตัวฆาตกรหรือเนื้อหาทางจิตวิทยาที่กลับใส่มาน้อยไป มันเป็นส่วนที่ผมชอบมากในหนังสือ น่าจะใส่มาเยอะกว่านี้ แต่ประเด็นที่ผู้เขียนอยากจะสื่อก็ไม่ได้นอกประเด็นนะ ได้เห็นว่าฆาตกรถูกเลี้ยงดูมาแบบไหนถึงได้โตมาเป็นแบบนี้ ทำให้เราไม่กล้าที่จะเลี้ยงลูกหรือไม่ทำกับลูกแบบนั้น

โดยรวมดี แต่เรื่องที่ฆาตกรทำกับเหยื่อมันเยอะเกินไปจนอ่านแทบไม่ไหว ผมว่า Trigger Warning 20+ ได้เลย มันโหดร้ายมาก แล้วมันเป็นเรื่องจริงด้วย ถ้าเป็นนิยายสืบสวนถึงฆาตกรจะโหดหรือศพจะอี๋แหวะมากแค่ไหนก็เน้นไปที่การสืบสวนทำให้อ่านได้ง่ายมากกว่าเล่มนี้

ผู้เขียน : สรจักร

สำนักพิมพ์ : Prism ปริซึม

หมวด : วรรณกรรมแปล

#หนังสือน่าอ่าน #หนังสือจิตวิทยา #หนังสือฆาตกรรม #สรจักร #borderlinepersonalitydisorder

2025/9/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมก่อนหยิบ “เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร” มาอ่าน เราแนะนำให้ตั้งความคาดหวังไว้ก่อนว่าเล่มนี้เป็นสาย TRUE CRIME แบบ “เรื่องจริง” ไม่ใช่นิยายสืบสวน ดังนั้นโทนการเล่าจะพาไปเจอรายละเอียดคดีและความรุนแรงมากกว่าเส้นเรื่องสืบสวน ใครที่ไวกับประเด็นทารุณกรรม/ฆาตกรรมควรเตรียมใจ (ส่วนตัวเรารู้สึกว่าเป็นเล่มที่ต้องอ่านแบบแบ่งตอน ไม่งั้นมันหน่วงและภาพติดหัว) สิ่งที่ทำให้เล่มนี้น่าสนใจคือมันพยายามโยง “ครอบครัวและการเลี้ยงดู” เข้ากับรากของความรุนแรงในหลายคดี เราอ่านแล้วได้มุมคิดว่า บางพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ทำจนชิน เช่น การใช้ความรุนแรงในบ้าน การทำให้เด็กรู้สึกไร้ค่า การเพิกเฉยต่อปัญหาสุขภาพจิต หรือการเลี้ยงแบบควบคุม/กดดันเกินไป มันอาจสะสมเป็นบาดแผลระยะยาวได้ แม้หนังสือจะไม่ได้สรุปว่า “เลี้ยงแบบนี้แล้วลูกจะเป็นฆาตกรแน่นอน” แต่ทำให้เห็นภาพว่า “สภาพแวดล้อม” มีผลมากกว่าที่คิด และชวนให้เราไม่เผลอทำร้ายใจลูกด้วยคำพูดหรือการลงโทษที่เกินเหตุ อีกอย่างที่คนเสิร์ชแล้วมักสงสัยคือคำว่า “อุกฉกรรจ์” แปลว่าอะไร? คำนี้หมายถึง “ร้ายแรงมาก โหดเหี้ยม สะเทือนขวัญ” มักใช้กับคดีหรืออาชญากรรมที่รุนแรงเป็นพิเศษ เช่น “คดีอุกฉกรรจ์” “เหตุอุกฉกรรจ์” ถ้าจะเทียบโทนความหมายก็ประมาณ severe/heinous ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นพอปกหลังบอกว่าเป็น “10 คดีอุกฉกรรจ์” ให้ตีความเลยว่าเนื้อหาไม่เบาแน่นอน ถ้าใครอยากอ่านเล่มนี้ให้ “ได้ประโยชน์” มากกว่าแค่รับความโหด เราใช้วิธีจดสั้น ๆ หลังจบบท เช่น 1) ภูมิหลังครอบครัวเป็นแบบไหน 2) จุดเปลี่ยนสำคัญคืออะไร 3) เราเรียนรู้อะไรเรื่องการสื่อสาร/การดูแลใจเด็ก แล้วค่อยย้อนมาถามตัวเองว่า ถ้าเป็นพ่อแม่/ผู้ปกครอง เราจะลดความเสี่ยงอะไรได้บ้าง เช่น สร้างพื้นที่ให้เด็กพูดได้โดยไม่ถูกตัดสิน พาไปพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีสัญญาณอันตราย และไม่ทำให้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติในบ้าน สรุปคือ เล่มนี้เหมาะกับคนที่สนใจ TRUE CRIME และอยากเห็นมิติ “การเลี้ยงดู-จิตวิทยา-คดีจริง” ไปพร้อมกัน แต่แนะนำอ่านช้า ๆ และดูแลอารมณ์ตัวเองระหว่างอ่าน เพราะ Trigger Warning หนักจริง โดยเฉพาะคนที่แพ้เนื้อหาทารุณกรรมหรือฆาตกรรม

ค้นหา ·
รีวิวหนังสือนิทานสำหรับเด็ก