Project 7 days a book📚(week) | Day 3

การที่เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

แล้วถ้าเราหาคำตอบไม่เจอ มันจะเป็นยังไง??

พาทุกคนมาหาคำตอบของคำถาม กับหนังสือ

Reasons to stay alive / แด่ ผู้แหลกสลาย

เป็นหนังสือที่ทำให้วาฬได้ทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้ามากขึ้น

ว่าเขารู้สึกยังไง ถ้าให้พูดว่าเข้าใจคงไม่สามารถพูดได้เต็มปาก

แต่ทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ๆกับโรคนี้

ที่วาฬให้ดาว 3.5 ดาวเพราะว่า มันมีบางช่วงที่อ่านแล้วแอบงง

แล้วก็ที่จริงวาฬเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนั้นวาฬพึ่งเสียเพื่อนสนิทไป

ตอนนั้นอ่านแล้วชอบมาก ถือว่าหนังสือเล่มนี้ ช่วยปลอบประโลมได้เยอะมากๆ

เหมือนชื่อเรื่องเลยล่ะ แด่ ผู้แหลกสลาย

แต่พอกลับมาอ่านอีกรอบมันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนครั้งแรกที่อ่านเท่าไหร่

หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะตามหาเหตุผลของการมีชีวิตอยู่กันได้

แม้ว่าอาจจะเป็นแค่เหตุผลง่ายๆ อย่างแค่ เราอาจจะบังเอิญเดินสวนศิลปินที่ชอบแถวตลาดก็ได้🤩

และหนังสือเล่มต่อไปที่วาฬ🐋จะอ่านก็คือ วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

#7daysathing #lemon8ไดอารี่ #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #อ่านตามlemon8

5/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการอ่านหนังสือ "Reasons to Stay Alive" เป็นประสบการณ์ที่สร้างความรู้สึกหลากหลายและลึกซึ้งมากสำหรับผมเอง หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแค่พูดถึงโรคซึมเศร้าในแง่ของอาการหรือการรักษาเท่านั้น แต่ยังพาผู้อ่านเข้าสู่ช่วงเวลาที่ผู้เขียนต้องเผชิญกับความรู้สึกแหลกสลาย ทั้งความทุกข์ทรมานทางจิตใจและความท้าทายในการมีชีวิตอยู่ต่อไป จากการติดตามเนื้อหาที่เล่าอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ผมได้เห็นภาพความรู้สึกที่คนป่วยโรคซึมเศร้าเผชิญอย่างแท้จริง เหมือนกับหลงอยู่ในอุโมงค์มืดที่ไร้แสงสว่าง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้อยากจะตาย แต่เป็นการไม่มีแรงและกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป นี่เป็นความรู้สึกที่เข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป แต่หนังสือเล่มนี้ช่วยให้เข้าถึงใจความสำคัญของโรคนี้ได้ดีขึ้น สิ่งที่ผมชอบมากคือความจริงใจที่ผู้เขียนมีต่อผู้อ่านผ่านการบอกเล่าประสบการณ์จริง กล้าที่จะแชร์ความกลัว ความเจ็บปวด และความไม่แน่นอนในชีวิต ซึ่งมักจะถูกมองข้าม นอกจากนี้หนังสือยังมีข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจให้หัวใจกล้าที่จะสู้กับความมืดมนและค้นหาเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ แม้ว่าเหตุผลเหล่านั้นจะดูเรียบง่ายเช่น การได้พบศิลปินที่ชอบในตลาด หรือแค่การใช้ชีวิตในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาบางส่วนอาจอ่านยากและทำให้สับสนบ้าง เพราะมีการสลับมุมมองและความรู้สึกซึ่งสะท้อนความซับซ้อนของสภาวะจิตใจ แต่เมื่อผ่านจุดนั้นไปได้ ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่ามากและเป็นการปลอบประโลมที่แท้จริง สำหรับใครที่กำลังสับสนกับความหมายของชีวิต หรือรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในความมืดมิด อยากแนะนำให้ลองเปิดใจอ่านหนังสือเล่มนี้ดู อาจจะช่วยให้คุณเห็นแสงสว่างใหม่ๆ และหาคำตอบสำหรับการมีชีวิตอยู่ที่ชัดเจนขึ้นได้ ทั้งนี้ ผมเตรียมตัวอ่านหนังสือ "วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว" เล่มต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งหนังสือที่ให้อารมณ์อบอุ่นและบรรเทาความคิดมากในใจได้ดีเหมือนกัน สุดท้ายนี้ การอ่านหนังสือเป็นเสมือนการเดินทางที่ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและโลกใบนี้มากขึ้น แม้บางเรื่องอาจจะยากหรือเจ็บปวด แต่การเปิดรับและเรียนรู้จากมัน คือก้าวแรกในการดูแลจิตใจและการเติบโตของตัวเองอย่างแท้จริง