自動翻訳されています。元の投稿を表示する

2012年、マーク・ザッカーバーグが10億ドル(約300億ドル)を費やすことを決めた時。

2012年、マーク・ザッカーバーグが10億ドル(約300億ドル)を費やすことを決めたとき、Instagramを買収しました。。。 ビジネス界全体が「ヒックアップ」となっています😨

📉なぜ誰もが「ミス」と言うのですか?

✅このアプリにはビジネスモデルがありません。

✅広告システムなし。

✅収益は「ゼロ」です。

✅クルーは13人しかいません。

✅は小さな画面上の美しい写真アプリですか?

役員会は、投資家が高い眉を上げた🤔に疑問を呈しました🤨、見出しは強く打たれました!多くの人々はこれを「ビジョン」ではなく、自分自身を証明したかった27歳の少年の高価な「エゴ」と見なしました。

しかし、その後。。。 いくつかのことが変わりました✨

📲Instagramは成長するだけでなく、若い世代の行動を掘り下げ、人々が自分自身を見る方法を変え、人生を共有する方法を変え、買い物の仕方を変えます。それは文化となり、新しいキャリアとなり、普通の人々を一夜にして世界に知らしめます。🌍

💰、かつてテクノロジー史上最も「過剰に支払われた」と考えられていた取引です。今日、それは1000億ドル(または3兆ドル!)以上と推定されています。一部の人々はそれ以上だと言っています。🚀それは静かにビジネス史上最も賢明な買収の1つになりました。

💡これから何を学びましたか?

ザッカーバーグは、この成功を事前に証明するExcel文書を持っていませんが、全世界がそれを認識する前に人間の行動がどこに向かっているのかを「感覚」しています。。。 彼は未来を見ていることを証明するために必要な限り、公に「間違っている」と見なされることを望んでいました。

「これはイエスだ」と感じたことがありますが、人々は理解していませんか?コメントで共有しましょう。👇

#ディープキューブ #ヒューマンストーリー #AgainstAllOddsに対して #文化とアイデンティティ #リアルサクセス#GenerationalMoments#BusinessVision#MarkZuckerberg#Instagram#ビジネスナラティブ

4/16 に編集しました

... もっと見るในยุคที่ Mark Zuckerberg ตัดสินใจลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Instagram หลายคนมองว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผล เพราะ Instagram ในขณะนั้นยังไม่สามารถสร้างรายได้ได้เลย ไม่มีระบบโฆษณา และมีแค่ทีมงานเพียง 13 คนเท่านั้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการตัดสินใจแบบใช้ข้อมูลกับการตัดสินใจที่อิงจากความรู้สึกและการคาดการณ์พฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่า Zuckerberg ไม่ได้แค่ซื้อแอป แต่นั่นคือการซื้อวัฒนธรรมใหม่และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Instagram กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารและการแสดงตัวตนในโลกดิจิทัล การแชร์ภาพถ่ายและวิดีโอไม่ใช่แค่การแสดงผลภาพหรือความสวยงาม แต่คือการบอกเล่าเรื่องราวที่มีพลังส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมการซื้อสินค้า ขณะที่โลกธุรกิจส่วนใหญ่ยึดติดกับโมเดลรายได้ที่ชัดเจน Zuckerberg กล้าทดลองและยอมรับความเสี่ยงที่คนส่วนใหญ่เกรงกลัว เขาเห็นว่าคุณค่าของ Instagram อยู่ที่ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดทางสังคม ถึงแม้จะไม่มีรายได้ในตอนแรกก็ตาม ผมมองว่านี่คือบทเรียนที่นักธุรกิจหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรเรียนรู้: การเข้าใจลูกค้าและเทรนด์ในอนาคต บางครั้งการลงทุนที่ดูเหมือนไม่สมเหตุสมผลในวันนี้ อาจกลายเป็นโอกาสทองในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ การใช้ "Gut Feeling" หรือสัญชาตญาณที่ Zuckerberg เชื่อถือ ยังเป็นข้อยืนยันว่าการตัดสินใจทางธุรกิจที่สำคัญ ไม่ควรยึดติดกับตัวเลขในอดีตเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาผลกระทบระยะยาวและความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมมนุษย์อย่างลึกซึ้ง สุดท้าย การลงทุนครั้งนี้สื่อสารได้อย่างชัดเจนว่า "ความกล้า" และการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนใคร คือกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในยุคดิจิทัลวันนี้