Automatically translated.View original post

Billionaire Philanthropy Since Age 26! "Mark Zuckerberg" Decision That Changed The World 🌍

Philanthropy billionaire since the age of 26! "Mark Zuckerberg" decision that changed the world. 🌍

You know, Mark Zuckerberg became one of the youngest billionaires in the world who decided to donate most of his assets to charity at the age of just 26! 🤯

Back in December 2010, he joined the global campaign "Giving Pledge," initiated by Warren Buffett and Bill Gates, which aims to challenge billionaires to donate at least 50% of their wealth to society. 🤝

But even more amazing...Mark and his wife, Priscilla Chan, raised this intention even further by announcing the donation of 99% of the property through the founding of the Chan Zuckerberg Initiative to focus on educational, scientific and community-building development. 🎓🔬

The decisions of his youth set a new standard and inspired a new generation of tech billionaires to return their profits to society as they lived without waiting until retirement. 💙✨

What about you? What do you think about this idea? Comments can be discussed. 👇

# deepkub # GivingPledge # Philanthropy # Zuckerberg # All around knowledge# Inspiration # Business

5/8 Edited to

... Read moreการบริจาคทรัพย์สินจำนวน 99% ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กตั้งแต่อายุยังน้อย ถือเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบทางสังคมในระดับสูงสุด ซึ่งไม่ใช่แค่การให้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เขามีต่ออนาคตของโลกและสังคมที่ยั่งยืน เมื่อพูดถึงมูลนิธิ Chan Zuckerberg Initiative กลุ่มนี้มุ่งเน้นในการลงทุนด้านการศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงการสนับสนุนชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาวิธีรักษาโรคร้ายแรง หรือการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในพื้นที่ที่ยังขาดโอกาส ได้กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเงินทุนที่ถูกบริจาคอย่างมีแผนงานอันดีสามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกอย่างแท้จริง ในฐานะที่ได้ติดตามข่าวสารนี้มาระยะหนึ่ง ผมพบว่าการที่มหาเศรษฐีคนอื่นๆ เริ่มเข้าร่วมโครงการ Giving Pledge มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางจริยธรรมในการบริหารทรัพย์สินมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น เมื่อเศรษฐีรุ่นใหม่เริ่มตระหนักว่า การทำเงินอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่การแบ่งปันและส่งต่อทรัพยากรเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าลองนึกถึงสังคมที่หลายคนรวมแรงใจแบบนี้ ก็จะเห็นภาพอนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ไม่ละเลยความสำคัญของการสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่น และการทำสิ่งดีๆ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ นี่คือการบริจาคที่เปลี่ยนโลกในแง่ของความคิดและการกระทำ และถือเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนสามารถตั้งเป้าหมายใหญ่เพื่อสังคมได้เช่นกัน สุดท้ายแล้วแนวคิดนี้ไม่เพียงเหมาะกับมหาเศรษฐีเท่านั้น แม้แต่คนธรรมดาเราก็สามารถริเริ่มทำความดีในระดับเล็กๆ สะสมไปเรื่อยๆ ได้ผ่านจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน เพราะความเปลี่ยนแปลงเริ่มจากคนหนึ่งคน และสามารถขยายวงกว้างจนมีผลกระทบต่อสังคมและโลกในระยะยาวได้อย่างน่าทึ่ง