พงศ์กวิน พร้อมรับมือขาดแรงงานชายแดนไทย-กัมพูชา ดึงศรีลังกาเสริม 10,000 คน
นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บอกว่าปัญหาขาดแรงงานจากสถานการณ์ไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องที่เตรียมรับมือไว้ตั้งแต่เสียงปืนนัดแรก จึงเร่งทำ MOU กับประเทศศรีลังกา เพื่อนำแรงงานเข้ามาทดแทน โดยได้คุยกับเอกอัครราชทูตศรีลังกาแล้ว และศรีลังกาพร้อมส่งแรงงานเบื้องต้น 10,000 คน หลังฝึกอบรมจะเพิ่มเป็น 20,000 คน พร้อมทั้งยังเปิดทางเจรจานำเข้าแรงงานจากชาติอื่น เช่น เนปาล ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพื่อช่วยเติมเต็มกำลังคนที่หายไป เชื่อว่าหากทำสำเร็จจะคลี่คลายปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ทันเวลา
#แรงงานศรีลังกา #แรงงานต่างด้าว #กระทรวงแรงงาน #แรงงานกัมพูชา #ข่าวtiktok
ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานที่เคยเดินทางมาทำงานในพื้นที่นี้ลดลงอย่างมาก กระทบต่อการผลิตและบริการในหลายภาคส่วนของประเทศไทย กระทรวงแรงงานจึงได้วางแผนอย่างละเอียดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับประเทศศรีลังกา เพื่อให้ส่งแรงงานเข้ามาทดแทนแรงงานที่หายไป โดยในระยะแรกจะนำเข้าจำนวน 10,000 คน หลังจากนั้นเมื่อนำมาฝึกอบรมและปรับตัวได้ดี จะเพิ่มจำนวนถึง 20,000 คน นอกจากศรีลังกาแล้ว กระทรวงยังได้เปิดโอกาสเจรจากับประเทศอื่น ๆ เช่น เนปาล ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการแรงงานในทุกภาคอุตสาหกรรม การนำเข้าแรงงานจากหลายประเทศจะช่วยเสริมสร้างสมรรถนะและความหลากหลายของกำลังแรงงาน พร้อมเติมเต็มความต้องการกำลังคนที่ขาดหายไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมของแรงงานศรีลังกา รวมถึงการฝึกอบรมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในประเทศไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้แรงงานเหล่านี้สามารถปรับตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้แรงงานต่างชาติเหล่านี้เข้าใจวัฒนธรรมและข้อกำหนดทางการทำงานในไทยด้วย ความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดส่งแรงงานนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศและการแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงาน การมีแรงงานศรีลังกาและแรงงานจากชาติอื่น ๆ เข้ามาช่วยเสริม จะช่วยลดปัญหาการหยุดชะงักของงาน รวมถึงช่วยเพิ่มสมรรถนะการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์นี้จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสที่สำคัญในการพัฒนาและปรับโครงสร้างตลาดแรงงานของไทยให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



































































