เตือน “โรคไข้ดิน” คร่าชีวิตแล้ว 92 ราย ป่วยทะลุ 2,000 คน เสี่ยงสุดเกษตรกร-คนลุยน้ำ
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิส หรือไข้ดินแล้ว 2,036 ราย เสียชีวิต 92 ราย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและรับจ้างทั่วไป พบมากในภาคอีสาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย อายุเฉลี่ย 58 ปี มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไตวาย หรือพิษสุราเรื้อรัง สาเหตุเกิดจากสัมผัสดินหรือน้ำโดยไม่สวม อุปกรณ์ป้องกัน แนะเลี่ยงการย่ำโคลนหรือลุยน้ำช่วงฝนตก ขณะเดียวกันพบผู้ป่วยไข้ฉี่หนู 1,895 ราย เสียชีวิตแล้ว 25 ราย เสี่ยงสุดในผู้สูงอายุ
#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #โรคไข้ดิน #กระทรวงสาธารณสุข #ข่าวเกษตรกร
โรคไข้ดิน หรือเมลิออยโดสิส คือโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากการสัมผัสเชื้อเมลิออยโดซิสที่ปนเปื้อนอยู่ในดิน น้ำ หรือตะกอนโคลน โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมและเขตชื้นแฉะ เช่น ภาคอีสานของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดโรคบ่อยครั้ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ชาวนาหรือผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องสัมผัสดินและน้ำอย่างใกล้ชิด เช่น การลุยน้ำหรือย่ำโคลนในช่วงฤดูฝน และมักไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือหรือรองเท้าบูทยางที่เหมาะสม ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง หรือปัญหาสุขภาพจากพิษสุราเรื้อรัง จะมีความเสี่ยงสูงกว่าในการติดเชื้อและอาการรุนแรง ทำให้ควรระมัดระวังอย่างยิ่งในกลุ่มนี้ มาตรการป้องกันหลัก ๆ คือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินหรือน้ำโดยไม่จำเป็น ในช่วงฝนตกหรือพื้นที่น้ำท่วมขัง หากจำเป็นต้องปฏิบัติงานในสภาพแบบนี้ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง รองเท้าเหล็ก ป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย สำหรับโรคไข้ฉี่หนูที่มีรายงานการป่วยและเสียชีวิตจำนวนมากในผู้สูงอายุ เป็นโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียเช่นกัน ซึ่งติดต่อผ่านน้ำหรือดินที่มีเชื้อ เช่น จากปัสสาวะสัตว์ติดเชื้อ ผู้สูงอายุจึงต้องเน้นการป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อที่อันตรายรุนแรง การสื่อสารข้อมูลเตือนภัยและการอบรมเกษตรกรเกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้ดินและไข้ฉี่หนูจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยง การดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดและการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันในระหว่างปฏิบัติงาน ร่วมกับการทำความสะอาดร่างกายอย่างถูกวิธีหลังเสร็จงาน สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและป้องกันการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

























