"ฉก.ราชมนู" ยิvเตือนทันควัน หลังกsะสุxหนักจากเมียนมาตกฝั่งไทย ทำทรัพย์สินเสียหาย
วันนี้ (22 พ.ย. 68) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับรายงานจาก หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ว่าเกิดเหตุปะทะรุนแรงใน อ.เมียวดี เมียนมา ตรงข้าม จ.ตาก เมื่อเวลา 11:00 น. มี กsะสุxoาวุsหนัก 1 นัด ล้ำแดนมาตกในแปลงผักของ นางทองคำ หมู่ที่ 4 บ้านแม่โกนเกน อ.แม่สอด ทำให้รถยนต์และบ้านเรือนได้รับความเสียหายเล็กน้อย ฉก.ราชมนู จึงดำเนินการต อบโต้ตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) ด้วยการ ยิvเตือนด้วยoาวุsเครื่องยิvลูกsะเบิdขนาด 120 มม. 1 นัด ไปยังพื้นที่โล่งฝั่งเมียนมาในเวลา 11:05 น. เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังวิถีกsะสุxไม่ให้ล้ำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยเมียนมา #อำเภอแม่สอด #กระทรวงกลาโหม #ข่าวกะเหรี่ยง
เหตุการณ์ปะทะรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาในพื้นที่ อ.เมียวดี จ.เมียวดี เมียนมา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้กระสุนหนักหลงตกเข้ามายังฝั่งไทย โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านแม่โกนเกน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนในพื้นที่ ทำให้รถยนต์และบ้านเรือนได้รับความเสียหายแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้ดำเนินการตอบโต้ด้วยการยิงเตือนด้วยกระสุนลูกระเบิดขนาด 120 มม. 1 นัด ไปยังพื้นที่โล่งฝั่งเมียนมา เพื่อสื่อสารและส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่ากระสุนหนักไม่ควรล้ำลึกเข้ามาในเขตแดนราชอาณาจักรไทย ซึ่งดำเนินการภายใต้กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายและรักษาความมั่นคงของชายแดนไทยอย่างเข้มงวด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ที่ยังคงมีความตึงเครียดจากความขัดแย้งภายในเมียนมาและกลุ่มกะเหรี่ยง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ด้านไทยที่อยู่ใกล้แนวชายแดน การเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินแม้ในระดับเล็กน้อยยังคงเป็นความกังวลที่ต้องได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างเร่งด่วน ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอดจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเตือนสถานการณ์ผิดปกติ การรักษาความปลอดภัยร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ กรณีนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาในการจัดการความขัดแย้งชายแดนผ่านช่องทางการทูตและการเจรจา เพื่อให้เหตุการณ์ความรุนแรงเบาบางลงและป้องกันไม่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในแนวชายแดนต้องตกเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ การใช้กฎการใช้กำลังเป็นการเน้นย้ำว่าจะต้องควบคุมสถานการณ์และไม่ยอมให้การล้ำแดนเกิดขึ้นอีกในอนาคต









































































