เคเอ็นยู เผาอาคาร "สแกมเมอร์จีนเทา" ที่เมียวดี - ชาวต่างชาติ 1,000 คน จ่อหนีเข้าไทย ทหารเฝ้าระวัง
เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. 68 ชาวต่างชาติกว่า 1,000 คน ได้หนีออกมาจากพื้นที่สแกมเมอร์ออนไลน์ใน อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา และรวมตัวกันที่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อพยายามข้ามมาเขตไทย โดยเหตุวุ่นวายเกิดจากการ สู้รบระหว่างทหารเคเอ็นยู. กองพลที่ 6 กับทหารเมียนมา และการเข้ายึดพื้นที่เขตสแกมเมอ ร์ ซึ่งทหาร เคเอ็นยู. ได้ เผาห้องทำงานสแกมเมอร์หลายห้อง หลังกลุ่มชาวจีนในพื้นที่ก่อเหตุประท้วงและถูกยิงบาดเจ็บ ล่าสุด ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และกองกำลังนเรศวร ของไทย ได้เฝ้าระวังตลอดทั้งคืนเพื่อ ป้องกันการลอบหนีเข้าเมือง
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยเมียนมา #ข่าวเมียนมา #ข่าวกะเหรี่ยง #กระทรวงกลาโหม
เหตุการณ์ที่เคเอ็นยู (KNU) เผาอาคาร "สแกมเมอร์จีนเทา" ที่อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา สร้างความวุ่นวายและความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาอย่างหนัก ขณะที่ชาวต่างชาติประมาณ 1,000 คนพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่ขัดแย้งมาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมยฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อข้ามเข้ามาในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างทหารกลุ่มเคเอ็นยู กองพลที่ 6 กับทหารเมียนมาในการยึดพื้นที่ที่เป็นฐานของสแกมเมอร์ จนทำให้กลุ่มชาวจีนในพื้นที่ลุกฮือประท้วงและมีผู้บาดเจ็บจากการยิงตอบโต้ การลักลอบข้ามแดนของชาวต่างชาติในครั้งนี้ ทางทหารไทยโดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนูและกองกำลังนเรศวร ได้มีมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวังชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและเพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งเมียนมา นอกจากนี้สถานการณ์นี้ยังสะท้อนถึงปัญหาการแพร่ระบาดของกลุ่มสแกมเมอร์ออนไลน์ ที่มีฐานปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวและความไม่มั่นคงบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนในพื้นที่ทั้งสองฝั่งควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและระมัดระวังต่อเหตุการณ์รุนแรงที่อาจลุกลาม ทั้งนี้ ทางหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการจัดการเกี่ยวกับกลุ่มคนต่างชาติที่หลบหนีเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน


















