รู้ตัวช้า‼️ ระวังเสียแมวที่รักไป ⚠️ #ห#หมอซีนสัตวแพทย์ท#ทาสแมวเ#เลี้ยงแมวแ#แมวเป็นนิ่วแ#แมวฉี่ไม่ออก
หลายคนเห็นคำว่า “sos score” แล้วอาจนึกถึงคะแนน/การประเมินอะไรสักอย่าง แต่สำหรับทาสแมว เวลาเจอสถานการณ์ฉุกเฉินอย่าง “แมวฉี่ไม่ออก” นี่คือ SOS ของจริงที่ต้องให้คะแนนความเร่งด่วนระดับสูงสุดเลยค่ะ เพราะภาวะกระเพาะปัสสาวะอุดตัน (blocked bladder) เกิดขึ้นได้ไว และอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในแมวเพศผู้ที่ท่อปัสสาวะ (urethra) แคบกว่า สิ่งที่ฉันใช้เป็น “เช็กลิสต์ SOS” ตอนสงสัยว่าแมวเริ่มมีปัญหาทางเดินปัสสาวะ คือดูพฤติกรรมในกระบะทรายแบบละเอียด: เข้ากระบะบ่อยผิดปกติ, เบ่งนาน, ฉี่น้อย/ฉี่กองเล็ก, ฉี่หยุดเป็นพักๆ หรือพยายามฉี่แล้วไม่ออกเลย (ฉี่ไม่ออก!!) บางตัวจะร้อง/หงุดหงิด เลียอวัยวะเพศถี่ๆ หรือซึม ไม่กินน้ำไม่กินอาหาร ถ้ามีอาการร่วมกับท้องตึง/จับแล้วเจ็บ ยิ่งต้องรีบค่ะ ทำไมถึงอันตราย? เพราะเมื่อปัสสาวะระบายไม่ได้ กระเพาะปัสสาวะจะโป่งตึง และของเสียคั่ง ทำให้ “ของเสียในเลือดสูง” ไต (kidneys) เริ่มเสียหาย เกลือแร่ผิดปกติ โดยเฉพาะโพแทสเซียมสูง เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในเวลาไม่นาน เคสที่รอข้ามคืนเพราะคิดว่า “พรุ่งนี้ค่อยไป” มีโอกาสทรุดหนักมาก ถ้าเจออาการแบบนี้ สิ่งที่ควรทำทันทีคือ 1) แยกแมวไว้สังเกตและเตรียมพาไปโรงพยาบาลสัตว์ 2) ถ่ายวิดีโอ/จดเวลาเข้ากระบะและจำนวนครั้ง เพื่อช่วยคุณหมอประเมิน 3) ห้ามบีบกระเพาะปัสสาวะเอง ห้ามให้ยาแก้ปวดคนหรือยาปฏิชีวนะเอง และไม่ควรยื้อด้วยการป้อนน้ำจนเครียด เพราะต้นเหตุคือ “อุดตัน” ต้องแก้ด้วยการระบายปัสสาวะ/ใส่สายสวนตามดุลยพินิจสัตวแพทย์ หลังพ้นวิกฤต เรื่องที่ช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ (โดยเฉพาะนิ่ว/ตะกอน) ที่ฉันทำแล้วเห็นผลคือ เพิ่มน้ำแบบจริงจัง: วางชามน้ำหลายจุด/น้ำพุแมว, เปลี่ยนเป็นอาหารเปียกหรือเติมน้ำในอาหาร, ทำกระบะทรายให้สะอาดและมีพอ (อย่างน้อยจำนวนแมว +1) ลดความเครียดในบ้าน และพากลับไปตรวจตามนัดเสมอ สรุปแบบ “SOS score” ของทาสแมว: ถ้าเห็นเบ่งนาน + ฉี่น้อย/ฉี่ไม่ออก ให้ให้คะแนนความฉุกเฉินเต็ม 10 แล้วรีบไปหาหมอทันทีนะคะ เซฟน้องได้เร็ว โอกาสรอดและฟื้นตัวดีจะสูงขึ้นมาก
























