💊 อย่าปล่อยให้ยาแก้แพ้ กัดกินสมองคุณ! 🧠❌

"💊 อย่าปล่อยให้ยาแก้แพ้ กัดกินสมองคุณ! 🧠❌

.

ใครที่ชอบกินยาเม็ดเหลือง หรือยากลุ่มช่วยนอนบ่อยๆ ต้องฟัง! งานวิจัยทางการแพทย์เตือนแล้วว่า การใช้ยาแก้แพ้รุ่นเก่า 4 ตัวนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เสี่ยงทำให้เป็น 'โรคสมองเสื่อม' และ 'อัลไซเมอร์' ได้มากกว่าคนปกติ!

.

เช็กด่วนในตู้ยาบ้านคุณมีตัวไหนบ้าง?

1. Chlorpheniramine

2. Diphenhydramine

3. Hydroxyzine

4. Dimenhydrinate

ข้อมูลทางการแพทย์บางส่วน ชี้ว่าการใช้ “ยาแก้แพ้รุ่นเก่า” (first-generation antihistamines) เช่น Chlorpheniramine, Diphenhydramine, Hydroxyzine, Dimenhydrinate ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกี่ยวข้องกับ ความเสี่ยงของความจำเสื่อมหรือภาวะสมองเสื่อม (dementia/Alzheimer’s) มากขึ้นกว่าไม่ได้ใช้ยาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์เป็นสาเหตุอย่างแน่นอนทุกกรณี — งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นแบบสังเกตการณ์ และยังต้องการการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสาเหตุโดยตรงของยาเหล่านี้ต่อโรคสมองเสื่อมจริง ๆ

🧠 ทำไมยาเหล่านี้ถึงถูกตั้งข้อกังวล

✔️ ยาแก้แพ้รุ่นแรก ผ่านเข้าสู่สมองได้ง่ายและมีฤทธิ์ anticholinergic

— ซึ่งหมายถึงการยับยั้งสาร acetylcholine ที่สำคัญต่อหน้าที่ทางความจำและความคิด

✔️ การศึกษาบางชิ้นพบว่า การสะสมของปริมาณยามากๆ (cumulative dose) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ในผู้ใหญ่สูงอายุ

📊 สิ่งที่งานวิจัยพบ

📈 ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้

• ผู้ที่ได้รับ antihistamines รุ่นแรกมาเป็นระยะเวลานานและปริมาณสะสมสูง มีแนวโน้มเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมมากขึ้นในแบบ dose-response หรือเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อกินยาซ้ำหลายปีต่อเนื่อง

📉 ไม่ใช่หลักฐานแน่ชัดว่าเป็นสาเหตุตรง

• การศึกษาส่วนใหญ่ยังเป็นการสังเกต (observational) — มีความสัมพันธ์ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า “ยาทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์โดยตรง” ทุกกรณี

📌 ยาที่มักถูกกล่าวถึง

➡️ Chlorpheniramine – รายงานว่ามีฤทธิ์ anticholinergic และเป็นหนึ่งในยาที่ต้องระวังในการใช้ระยะยาว

➡️ Diphenhydramine (Benadryl) – ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับความจำและฟังก์ชันสมอง

➡️ Hydroxyzine – เป็น antihistamine รุ่นแรก แต่บางแหล่งบอกว่าฤทธิ์ anticholinergic อาจค่อนข้างต่างกันในแต่ละสาร

➡️ Dimenhydrinate – มักใช้แก้เมารถ/เมาเรือ และก็อยู่ในกลุ่ม antihistamine รุ่นแรกเช่นกัน

🤔 สรุปว่าควรกังวลไหม?

🔹 ใช่ — ควรระวังถ้าคุณใช้ยาพวกนี้ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอื่น ๆ.

🔹 ไม่ต้องตื่นตระหนก — ใช้ครั้งคราวเพื่อบรรเทาอาการแพ้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และหลายคนไม่ได้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากจากการใช้เป็นครั้งคราว.

🔹 ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า — ยาแก้แพ้รุ่นใหม่ (second-generation) เช่น loratadine, cetirizine, fexofenadine ที่มีโอกาสน้อยกว่าที่จะเข้าไปในสมองและมีผล anticholinergic ต่ำกว่ายารุ่นเก่า

👉 คำแนะนำ: หากคุณใช้ยาแก้แพ้บ่อยๆ หรือนานเกินหลายสัปดาห์/เดือนต่อเนื่อง ควรคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อตรวจสอบตัวเลือกยาและความเสี่ยงโดยรวมของคุณ

แหล่งข้อมูลงานวิจัยและบทความทางการแพทย์ ที่สนับสนุนหรืออธิบายความเชื่อมโยงระหว่าง ยาแก้แพ้รุ่นเก่า (first-generation antihistamines) กับ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะความจำเสื่อม / อัลไซเมอร์ เมื่อใช้ติดต่อกันระยะยาว:

🔬 งานวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

1. การศึกษาทางระบาดวิทยาในผู้ป่วยโรจมูกภูมิแพ้

การใช้ยา antihistamines รุ่นแรก (FGAs) พบว่า ยิ่งสะสมยามาก (cumulative dose) ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ใช้ยา และความเสี่ยงสูงกว่ายารุ่นใหม่ (SGAs) ด้วย

👉 รายงานใน The Journal of Allergy and Clinical Immunology: In Practice (2024)

2. งานวิจัยจาก JAMA Internal Medicine ปี 2015

พบว่า การใช้ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic (รวมถึง first-generation antihistamines เช่น chlorpheniramine และ diphenhydramine) เป็นเวลานานมีความสัมพันธ์กับ risk ต่อภาวะ dementia และ Alzheimer’s มากกว่าคนที่ไม่ได้ใช้

👉 Cumulative Use of Strong Anticholinergics and Incident Dementia

3. บทสรุปจาก Healthline

อธิบายว่า diphenhydramine (เช่น Benadryl) อยู่ในกลุ่ม anticholinergic และงานวิจัยหลายชิ้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ยากลุ่มนี้กับความเสี่ยงของภาวะความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

👉 Healthline – “Benadryl and Alzheimer’s: Is There a Link?”

🧠 บทความและสรุปเชิงวิชาการ

4. สรุปบทความเกี่ยวกับความเสี่ยงของยาต้านฮีสตามีนรุ่นเก่า

กล่าวถึงว่า first-generation antihistamines เช่น diphenhydramine, hydroxyzine, chlorpheniramine มีฤทธิ์ anticholinergic ซึ่งเชื่อมโยงกับ ความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม โดยความเสี่ยงจะมากขึ้นตามปริมาณสะสมยา

👉 DrOracle.ai – “What are the risks of long-term antihistamine use…”

5. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ antihistamines

จากบทความ H1 antagonist ระบุว่า การใช้ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic ต่อเนื่อง (รวมถึงยาแก้แพ้รุ่นแรก) สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเสื่อมสมรรถภาพทางความคิดและภาวะสมองเสื่อม ในผู้สูงอายุ

👉 Wikipedia – H1 antagonist

📌 หมายเหตุสำคัญ:

🔹 งานวิจัยส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ observational (สังเกตการณ์) — แสดง ความสัมพันธ์ ไม่ใช่พิสูจน์ว่า “ยาเป็นสาเหตุโดยตรง” ของอัลไซเมอร์ในทุกกรณี.

🔹 ความเสี่ยงมักพบมากขึ้นเมื่อใช้ติดต่อกัน เป็นเวลานานและสะสมปริมาณมาก โดยเฉพาะใน ผู้สูงอายุ.

🔹 สำหรับการใช้เป็นครั้งคราวหรือใช้สั้น ๆ เพื่อลดอาการแพ้ไม่ใช่เหตุให้เกิดโรคสมองเสื่อมแน่นอนในคนทั่วไป.

แหล่งที่มาลิงก์ข้อมูลวิจัยและบทความทางการแพทย์อัปเดต ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของ ยาแก้แพ้รุ่นแรก (first-generation antihistamines) และ ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic กับการเสี่ยงเป็น ภาวะสมองเสื่อม / อัลไซเมอร์

🔬 งานวิจัยและบทความทางการแพทย์ (อัปเดต)

1. 📑 งานวิจัยหัวข้อ H1 Antihistamines และความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม

Cumulative Dose Effects of H1 Antihistamine Use on the Risk of Dementia in Patients With Allergic Rhinitis — พบว่าการใช้ยาต้าน H1 ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมตามปริมาณการใช้ โดยยารุ่นแรกมีความเสี่ยงสูงกว่ารุ่นใหม่

👉 https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38935035/

2. 🔍 การใช้ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic กับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม

Anticholinergic Drug Exposure and the Risk of Dementia (nested case-control study) – การศึกษาพบว่า การสะสมการใช้ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic สูงมีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้น

👉 https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31233095/

3. 📄 การศึกษาที่เกี่ยวกับการใช้ anticholinergics สะสม (รวมยาแก้แพ้รุ่นเก่า)

Cumulative Use of Strong Anticholinergics and Incident Dementia — การศึกษาระยะยาวในคนสูงอายุพบ “dose-response” คือยิ่งใช้สะสมมาก ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น

👉 https://jamanetwork.com/journals/intemed/articlepdf/2091745/ioi140138.pdf

4. 🧠 บทความสรุปความสัมพันธ์ของยากลุ่ม anticholinergic กับภาวะสมองเสื่อม

WebMD: อธิบายว่าผลการศึกษาขนาดใหญ่พบความสัมพันธ์ระหว่างยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic (รวมถึง diphenhydramine) กับการเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์

👉 https://www.webmd.com/alzheimers/what-is-the-link-between-anticholinergic-drugs-and-dementia-risk

5. 📚 บทความรีวิวและเมตา-วิเคราะห์ (meta-analysis)

Anticholinergic drugs and the risk of dementia: A systematic review and meta-analysis — รวมผลการศึกษาครั้งใหญ่หลายชิ้น พบว่าการใช้ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergicเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมและ Alzheimer’s disease

👉 https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33933505/

6. 📘 ทฤษฎีและอธิบายในเชิงเภสัชศาสตร์/เคมีชีวภาพ

Wikipedia – H1 antagonist ระบุว่าการใช้ยาต้านฮีสตามีนรุ่นแรกอย่างต่อเนื่อง อาจเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของหน้าที่สมองในผู้สูงอายุเนื่องจากฤทธิ์ anticholinergic

👉 https://en.wikipedia.org/wiki/H1_antagonist

7. 💡 บทความคำอธิบายเกี่ยวกับ anticholinergics และผลต่อความจำ

อธิบายว่า anticholinergic drugs อาจทำให้เกิดอาการสับสน ความจำเสื่อม และปัญหาความคิดในผู้สูงอายุ

👉 https://drlizgeriatrics.com/resources/medications/anticholinergic-meds/

📌 หมายเหตุสำคัญจากแหล่งข้อมูล

✔️ หลายงานวิจัยที่กล่าวถึงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ anticholinergic (รวมบางตัวของยาแก้แพ้รุ่นแรก) พบว่ามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของ โรคสมองเสื่อมและ Alzheimer’s disease ในการวิเคราะห์แบบ dose-response — ยิ่งใช้สะสมมาก ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ในระยะยาวและในกลุ่ม ผู้สูงอายุ

✔️ หลักฐานในหลายกรณีมาจากการศึกษา แบบสังเกต (observational) ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ — ไม่สามารถยืนยัน causal cause (สาเหตุโดยตรง) ได้ทุกกรณี — จึงต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น และไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเองโดยไม่ปรึกษาก่อน

1/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองใช้ยาแก้แพ้เม็ดสีเหลือง หรือที่เรียกกันว่ายาแก้แพ้รุ่นแรก เช่น Chlorpheniramine และ Diphenhydramine พบว่าการใช้ต่อเนื่องนานเกินไปอาจทำให้รู้สึกงงๆ และความจำเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนที่งานวิจัยหลายชิ้นเตือนจริงๆ การเลือกใช้ยาแก้แพ้รุ่นใหม่ เช่น loratadine หรือ cetirizine ที่มีฤทธิ์ anticholinergic ต่ำกว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างเห็นได้ชัด ในชีวิตประจำวันผมมักจะปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาแก้แพ้เป็นเวลานาน เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยในการใช้ยา นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักบรอกโคลี แครอท รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพสมองและลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมได้ดีขึ้น สุดท้าย หากคุณต้องใช้ยาแก้แพ้เม็ดสีเหลืองบ่อยๆ หรือเป็นเวลานาน ควรสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองและปรึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาวิธีดูแลสุขภาพสมองอย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรกินยาแก้แพ้ให้นอนหลับ! อาจเร่งอาการสมองเสื่อม #sukhohealthcare #หมอเอมมี่ #สมองเสื่อม
เด็กหญิงผีเสื้อ🦋

เด็กหญิงผีเสื้อ🦋

ถูกใจ 0 ครั้ง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ💊ยาแก้แพ้
ประกอบด้วย: Fexofenadine HCl 180 mg. ข้อบ่งใช้: ใช้รักษาและป้องกันอาการภูมิแพ้ต่างๆ เช่น น้ำมูกไหล จาม คันตา คันคอ ผื่นลมพิษ ขนาดยา: ผู้ใหญ่ ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง คำแนะนำเพิ่มเติม: เป็นยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 3 พัฒนาจาก terfenadine รุ่นที่ 2 ยานี้ออกฤทธิ์ได้เลย จึงไม่รบกวนการทำงานของ
สุขภาพดีกับเภยุ้ย

สุขภาพดีกับเภยุ้ย

ถูกใจ 8 ครั้ง

สูงอายุกินยาช่วยเจริญอาหาร ระวัง!!!!! #ผู้สูงอายุ #ยา #เจริญอาหาร #เภสัชอ้อมใส่ใจผู้สูงอายุ #ยาแก้แพ้ #cyproheptadine
เภสัชอ้อมใส่ใจผู้สูงอายุ

เภสัชอ้อมใส่ใจผู้สูงอายุ

ถูกใจ 2 ครั้ง

💀 10 นิสัยที่กำลัง “ฆ่าสมอง” คุณอยู่ทุกวัน
💀 10 นิสัยที่กำลัง “ฆ่าสมอง” คุณอยู่ทุกวัน ยังพูดได้ ยังทำงานได้ แต่สมองกำลังตายทีละนิด… 🚨 น่ากลัวที่สุดคือ… สมอง ไม่ร้อง ไม่เตือน รู้ตัวอีกที = จำไม่ได้ คิดไม่ออก อารมณ์พัง 🧠 ถ้ายังไม่อยากให้สมอง “ตาย” 😴 นอนให้พอ 🚰 ดื่มน้ำ 💩 ขับถ่ายให้ได้ 🚶‍♀️ ขยับตัว 🦠 ดูแลลำไส้ด้วย โพรไบโอติก #สุขภา
WINONA.PROBIO

WINONA.PROBIO

ถูกใจ 2794 ครั้ง

ภาพหน้าปกตั้งคำถามว่า "กินยาแก้แพ้ ช่วยให้นอนหลับได้จริงหรอ" บนพื้นหลังสีเขียวมิ้นต์
อธิบายว่าไม่ใช่ยาแก้แพ้ทุกตัวที่ทำให้ง่วง มีเพียงยาแก้แพ้รุ่นแรกเท่านั้นที่ทำให้ง่วงได้
แสดงจุดเด่นของยาแก้แพ้คือหาซื้อง่าย และในระยะสั้นอาจทำให้ง่วง ช่วยให้นอนได้บ้าง
💊กินยาแก้แพ้เวลานอนไม่หลับ โอเคมั้ย?
✔️ทำให้ง่วงได้ เพราะเป็นผลข้างเคียง ✘ แต่คุณภาพการนอนลดลง ความจำแย่ ง่วงกลางวัน ดื้อยาได้ 👉อาจจะใช้แค่บางครั้ง ไม่ควรใช้ต่อเนื่อง ถ้าแก้ไม่หาย ควรปรับ sleep hygiene หรือพบแพทย์ดีกว่า — Story by Commons Psych Writer: พญ. ธารริน หิรัญวงษ์ (จิตแพทย์) Edited & Designed by: Commons Psych Team
Commons Psych

Commons Psych

ถูกใจ 0 ครั้ง

ยาแก้แพ้แบบกระปุก... หลายยี่ห้อจังเลย มันเหมือนหรือต่างกันไหม ???? #ภสทราย #ยาแก้แพ้ #ยาลดน้ำมูก #cpm #ร้านยา
ภสทราย

ภสทราย

ถูกใจ 11 ครั้ง

กินยาแก้แพ้แล้วง่วงตลอด😪
มีใครกินยาแก้แพ้แล้วง่วงมากกกกกแบบเราบ้าง เราคือกินแล้วหลับเลย เหมือนยานอนหลับ แต่บางทีเราป่วยในขณะทำงานก็อยากทำงานให้เสร็จแล้วค่อยพักผ่อน แต่พอกินยาแก้แพ้แล้วเป็นสลบทุกที มีใครมีวิธีกินยาแก้แพ้แล้วไม่ง่วงบ้างง่ะะะ บอกบุญเราที~ 😭 #ยาแก้แพ้ #สุขภาพดีกับlemon8 #สุขภาพ #ถามมาตอบไป #lemon8ไ
Babyboo

Babyboo

ถูกใจ 24 ครั้ง

ภาพขาของบุคคลที่มีรอยผื่นแดงและอาการคัน พร้อมข้อความ 'คันแล้ว คันอีก อาการล่าสุด ใครเป็นยกมือขึ้น' สื่อถึงปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อย
ภาพระยะใกล้ของแขนที่มีผื่นแดงและตุ่มเล็กๆ แสดงถึงอาการคันและระคายเคืองของผิวหนัง
ภาพบริเวณลำคอและหน้าอกส่วนบนของบุคคลหนึ่ง มีรอยแดงจางๆ บนผิวหนัง ซึ่งอาจเป็นอาการระคายเคือง
คันแล้ว คันอีก อาการล่าสุด
ให้คำแนะนำแบบ “เอาไปใช้ได้ทันที” นะคะ 1) งดอาหารเสี่ยง 3–5 วัน เพื่อตัดวงจรภูมิแพ้ นมวัว ของหมักดอง ของเผ็ด ของหวาน/น้ำตาลสูง อาหารทะเล จะเห็นว่าผื่นคันเบาลงชัดเจน 2) อาบน้ำให้น้อยลงและอุ่นนิดเดียว น้ำร้อน = ผื่นเห่อกว่าเดิม อาบแค่ 3–5 นาทีพอ 3) ทาครีมเพิ่มความชุ่มชื
แววดาวเล่าให้ฟัง ✨

แววดาวเล่าให้ฟัง ✨

ถูกใจ 64 ครั้ง

กินยากดภูมินานๆจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย
#โรคสะเก็ดเงิน #อาการสะเก็ดเงิน #สะเก็ดเงิน #รักษาสะเก็ดเงิน #ผื่นผิวหนังอักเสบ
ฉันไม่อยากเป็��นสะเก็ดเงิน

ฉันไม่อยากเป็นสะเก็ดเงิน

ถูกใจ 4 ครั้ง

ภาพถ่ายบริเวณหน้าอกและหัวไหล่ แสดงผื่นแดง ตุ่มเม็ดเล็กๆ และรอยอักเสบกระจายทั่วผิวหนัง พร้อมข้อความ 'ผิวหนังอักเสบ + ติดเชื้อ' กำกับ
ภาพถ่ายบริเวณต้นขาหรือสะโพก แสดงผื่นแดงและตุ่มเม็ดเล็กๆ กระจายอยู่บนผิวหนัง
ภาพระยะใกล้บริเวณหน้าอก แสดงผื่นแดง ตุ่มเม็ดเล็กๆ บางตุ่มมีลักษณะคล้ายสิวมีหัวหนอง และผิวหนังอักเสบ
ผิวหนังอักเสบ + ติดเชื้อ 🦠💊
ครั้งแรกที่เป็นโรคนี้ บอกเลยว่าตกใจและเครียดมาก ๆ 😭 จากผิวที่ปกติดี กลายเป็นตุ่มเม็ด ๆ แบบในรูป ตอนแรกเริ่มจากอาการคัน แดง เป็นผื่น ๆ พอเจออากาศร้อนหรือเหงื่อออกก็ยิ่งคันและแสบ เรานึกว่าแพ้เสื้อผ้าหรือแพ้เหงื่อ เลยเผลอเกาจนผิวอักเสบเป็นแผล แล้วก็ขึ้นเป็นตุ่มคล้ายสิว ตรงกลางมีหัวหนอง กดแล้วเจ็บ
☁️Janis🌷

☁️Janis🌷

ถูกใจ 2112 ครั้ง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ💊ยาหยอดตาแก้แพ้
ประกอบด้วย: Antazoline HCl และ Tetrahydrozoline HCl ข้อบ่งใช้: แก้ระคายเคืองตา คันตา ตาแดงน้ำ น้ำตาไหล เนื่องจากอาการแพ้ต่างๆ เช่น แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น ขนาดยา: หยอดตาครั้งละ 1-2 หยด วันละ 3-4 ครั้ง เฉพาะเมื่อมีอาการ คำแนะนำเพิ่มเติม: ห้ามใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคต้อหิน ยานี้มีสารกันเสีย Benzalkoniumจึ
สุขภาพดีกับเภยุ้ย

สุขภาพดีกับเภยุ้ย

ถูกใจ 2 ครั้ง

ไม่ใช่แค่โรคที่น่ากลัว แต่ใช่ยาว่าจะใจดีเสมอ
#วิมพ์มาแชร์sle #ยา #ยาสเตียรอยด์ #แพ้ภูมิตัวเอง #ยากดภูมิ
วิมพ์มาแชร์SLE

วิมพ์มาแชร์SLE

ถูกใจ 1 ครั้ง

🚨 ประสบการณ์ ผื่นบุกตามตัวนาน 8 เดือน
ใครที่เคยมีประสบการณ์ผื่นเรื้อรังเกิน 6 เดือนเหมือนฉันบ้าง?! • คุณวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร? • ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหายขาด? • มีวิธีดูแลตัวเอง/จัดการความเครียดจากอาการคันยังไงบ้าง? 📍 กดติดตามไว้เลยนะคะ! ฉันจะมาอัปเดตผลตรวจจากหมอและวิธีการรักษาต่อไปค่ะ ไม่อยากให้ใครมาเจอประสบการณ์แบบนี้อีก!
Fireworks 🎇シ พลุ

Fireworks 🎇シ พลุ

ถูกใจ 132 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงลักษณะตุ่มและผื่นคันจากการถูกแมลงกัดต่อย เช่น ยุง มดคันไฟ ผึ้ง หมัด เห็บ แมงมุม เรือด ตัวคุ่น และแมลงก้นกระดก พร้อมคำเตือนอาการรุนแรงที่ควรพบแพทย์
😭 โอ๊ยยย...ลูกน้อย เป็นตุ่ม ผื่นคัน เต็มไปหมด ตุ่มนี้ ตัวอะไรทำ⁉️ มาลองดูและแยกให้ออกกัน . ลักษณะร่องรอยการกัด ต่อยของแมลงแต่ละตัว มักจะมีลักษณะใกล้เคียงกันอยู่บ้าง ว่านี้เรามาดูกัน ว่าแมลงหรือแมง ตัวไหน ทิ้งรอยแบบไหนไว้บ้าง 🦟 ยุง - ตุ่มคันแดง มีตุ่มน้ำใส คัน 🪰 มด/มดคันไฟ - ตุ่มแดงเล็กๆ คัน
สาระ

สาระ

ถูกใจ 86 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม