กะเพราอกไก่ อาหารคลีน ก็อร่อยแซ่บได้ ฉบับมือใหม่ง่ายๆ
อัพเดตน้ำหนักตอนนี้ ลดได้ 4 kg ใน 22 วัน
เพิ่งเคยทำเมนูนี้เองครั้งแรกอร่อยมากกกกก 🫠🫶💓 10/10
อันนี้เป็นสูตรที่เราทำแบบง่ายมากๆ คนทำอาหารไม่เก่งแบบเราก็ทำได้
💰ราคาโดยเฉลี่ย: 50฿ #เมนูเด็กหอง่ายๆ ก็เหมาะ
🥦วัตถุดิบ:
- อกไก่ 300 กรัม หั่นเป็นชิ้นๆ
- พริกแดง 4 เม็ด
- กระเทียมครึ่งหัว
- ใบกะเพรา
- ซ อสเห็ดหอม เรามีแบบเจ หนึ่งช้อนโต๊ะ
- ใช้กระทะเทฟล่อน จะได้ไม่ต้องใช้น้ำมันแม้แต่หยดเดียว👍
🍳ขั้นตอนการทำ: สูตรของแม่เรา 🥲💗 ชอบมากๆ อร่อยกว่าไปซื้อกินอีก
- ตำกระเทียมและพริกแดงให้แตกพอหยาบๆ (ตำเอาฟีลจอยๆ🤣)
- ตั้งกระทะไฟกลาง เอาพริกและกระเทียมลงผัด จนเริ่มเปลี่ยนสี
- เอาไก่ลงไปผัดให้สุก
- ไก่เริ่มสุก ใส่น้ำเปล่า 75 มล.
- ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
- ผัดให้เข้ากัน ชิมรส ถ้าอยากให้เข้มข้นกว่าเดิมใส่อีกหนึ่งช้อนโต๊ะก็ได้ (แต่เราใส่แค่ช้อนโต๊ะเดียว พอรู้สึกว่าเค็มแล้ว)
- ใส่ใบกะเพราที่เด็ดล้างไว้ ผัดให้เข้ากันแล้วตักขึ้นเลย (ตรงนี้ผัดไม่ต้องนานใบกะเพราจะได้ไม่ดำ)
- ในรูปคือเราใส่พริกไทยดำไปด้วยเพราะเราชอบกิน
จบค่ะ ง่ายมาก ท่อง logic ไว้โยนทุกอย่างลงไปผัด🤣🤣
เราใส่พริก 4 เม็ดรู ้สึกเผ็ดกำลังดี ใครชอบกินเผ็ดใส่เพิ่มก็ได้นะ
มาลดน้ำหนักให้อร่อยกันค่ะ 🤣🤣
จากประสบการณ์ส่วนตัว กะเพราอกไก่เป็นเมนูโปรดที่กินบ่อยเพราะทำง่ายและใช้เวลาน้อยมาก ทุกครั้งที่ทำ ผมจะเลือกอกไก่สดที่ไม่ติดมันเพื่อลดแคลอรี่ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คลีนๆ ใครที่กังวลเรื่องความเผ็ด สามารถปรับจำนวนพริกแดงตามชอบได้เลย สำหรับซอสเห็ดหอมที่ใช้เพิ่มรสชาติ ถ้าเจอแบบที่ไม่มีน้ำตาลหรือโซเดียมต่ำจะช่วยให้เมนูนี้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น วิธีการผัดด้วยกระทะเทฟล่อนแทนน้ำมันทำให้กะเพราอกไก่มีแคลอรีต่ำ แถมยังได้รสชาติของสมุนไพรและเครื่องเทศอย่างเต็มที่ ใบกะเพราที่ผัดสุดท้ายช่วยเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น มีประโยชน์ต้านอนุมูลอิสระ เคล็ดลับอีกอย่างคือการตำพริกกับกระเทียมให้แตกแต่ยังหยาบๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสและกลิ่นที่ชัดเจนเวลาผัด ผัดด้วยไฟกลางไม่แรงมากเพื่อป้องกันใบกะเพราดำและเสียรสชาติง่ายๆ ส่วนใครที่อยากเพิ่มความจัดจ้าน สามารถเติมพริกไทยดำเหมือนที่เราชอบทำก็จะช่วยเสริมอรรถรสให้โดดเด่นมากขึ้น นอกจากจะเหมาะกับผู้ที่ลดน้ำหนักแล้ว กะเพราอกไก่ยังเป็นตัวเลือกดีสำหรับคนที่อยากกินอาหารไทยรสจัดจ้านโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรีหรือไขมันมากเกินไป และเมนูนี้ยังคุ้มมากกับงบประมาณประมาณ 50 บาทที่สามารถทำทานเองได้ที่บ้าน การทำอาหารเองแบบนี้ทำให้รู้ว่าควบคุมวัตถุดิบและสุขภาพได้มากขึ้น ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการกินอาหารสุขภาพที่ไม่จำเจและอร่อยทุกมื้อ
