รงมปัญหาช่วยน้ำท่วมใต้ กู้ภัยท้อมาช่วยแต่โดนด่า ขี่เจ็ทสกีคลื่นแรงก็โดนตำหนิ อีกปัญหาชาวบ้านไม่ยอมอพยพจนต้องประกาศใช้คำแรง
ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ปี 2568 นี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำท่วมหนัก แต่ยังเกิดความไม่เข้าใจระหว่างชาวบ้านกับทีมกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือ ซึ่งส่งผลให้กู้ภัยต้องเผชิญคำด่าว่าหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้เจ็ทสกีในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งบางคนวิจารณ์ว่าคลื่นแรงเกินไปและอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การใช้เจ็ทสกีเป็นวิธีการช่วยเหลือที่รวดเร็วและจำเป็นในบางพื้นที่ที่น้ำลึกและไม่สามารถใช้รถยนต์เข้าถึงได้ ทีมกู้ภัยจึงต้องทำงานอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันผลกระทบด้านลบ ขณะเดียวกัน ปัญหาที่ใหญ่กว่า คือการที่ชาวบ้านจำนวนมากไม่ยอมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง แม้จะมีคำเตือนและประกาศใช้คำแรง เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอาจมาจากการยึดติดกับทรัพย์สิน หรือขาดข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรุนแรงของสถานการณ์ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการภัยพิบัติในชุมชนท้องถิ่น ที่ต้องอาศัยการสื่อสารที่เข้าใจง่ายและชัดเจน การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและทีมกู้ภัย รวมถึงการให้ความรู้แก่ชาวบ้านเกี่ยวกับแนวทางรับมือและปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน เทคนิคการช่วยเหลือและการจัดการกับคลื่นเจ็ทสกีในพื้นที่น้ำท่วมจึงต้องได้รับการพัฒนาให้เหมาะสม เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อพื้นที่และประชาชน นอกจากนี้ การส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนป้องกันภัยและรับมือกับน้ำท่วม รวมถึงการจัดประชุมชี้แจงข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจและร่วมมือในการอพยพได้มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการลดความทุกข์ร้อนและเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ในอนาคต












