📢 Salary man must know. Does the police base pay adjustment?
Many see Social Security News will collect more contributions.
Don't panic! 😱 Let's see if we pay more. What "increase" rights do we get?
In summary, follow this timeline:
🗓️ Phase 1 (2026 - 2028):
Base salary cap: 17,500 baht
😷 Original illness 7,500 baht to 8,750 baht
🤰 the original childbirth case, 22,500 baht to 26,250 baht.
👨🦼 Disability Case Original 7,500 Baht to 8,750 Baht
⛪ case of death, originally 90,000 baht to 105,000 baht.
😰 Unemployment case, originally 7,500 baht to 8,750 baht.
👵 Pension Delivery 15 Years Original 3,000 Baht To 3,500 Baht
🧓 Pension Delivery 25 Years Original 5,250 Baht To 6,125 Baht
🗓️ Phase 2 (2029 - 2031):
Base salary cap: 20,000 baht
😷 case of illness is 10,000 baht.
🤰 the case of childbirth is 30,000 baht.
👨🦼 Disability case is 10,000 baht.
⛪ case of death is 120,000 baht.
😰 unemployment is 10,000 baht.
👵 15-year pension to 4,000 baht
🧓 25-year pension to 7,000 baht
🗓️ Phase 3 (2032 onwards):
Base salary cap: 23,000 baht
😷 case of illness is 11,500 baht.
🤰 for childbirth is 34,500 baht.
👨🦼 Disability case is 11,500 baht
⛪ death case is 138,000 baht.
😰 unemployment is 11,500 baht.
👵 15-year pension to 4,600 baht
🧓 25-year pension to 8,050 baht
💡 Conclusion: The higher the base of salary, the more contributions sent will become savings and protection rights that come back to us, especially the "old age pension" that will be used in retirement.
Who's thinking? Comments can talk. 👇
# Lemon 8 Men # Salary man # Investment finance # All around knowledge # Social Security Section 33# Plan retirement
หลายคนทักมาถามเรื่อง “เงินประกันสังคมตอนเกษียณได้เท่าไหร่” เพราะพอมีข่าวปรับฐานเงินเดือนสูงสุด (17,500 > 20,000 > 23,000 บาท) ก็กลัวว่าจะต้องจ่ายเพิ่มแต่ไม่ได้อะไรเพิ่ม จริง ๆ จุดที่กระทบกับมนุษย์เงินเดือนมาตรา 33 มากที่สุดคือ “ฐานคำนวณ” ที่ถูกขยับขึ้น ทำให้เพดานสิทธิประโยชน์หลายรายการขยับตาม โดยเฉพาะบำนาญชราภาพค่ะ สิ่งที่เราแนะนำให้เช็กก่อนคือ 3 เรื่องนี้ 1) เราอยู่มาตราไหน: บทความนี้จะตรงกับคนทำงานประจำมาตรา 33 เป็นหลัก เพราะมีนายจ้างและส่งเงินสมทบทุกเดือน 2) ส่งมาแล้วกี่ปี: บำนาญชราภาพจะเกี่ยวกับจำนวนปีที่ส่ง (อย่างน้อย 15 ปีถึงจะรับ “บำนาญรายเดือน” ได้) ถ้าส่งไม่ถึงเกณฑ์จะเป็นรับเงินก้อนแทน 3) ฐานเงินเดือนที่ถูกนำไปคิด: ต่อให้เงินเดือนจริงสูง แต่ระบบจะคิดตาม “ฐานสูงสุด” ในแต่ละเฟส ดังนั้นการปรับเพดานฐานนี่แหละที่ทำให้ตัวเลขสิทธิ/บำนาญมีโอกาสเพิ่ม แล้วเรื่อง “ฐานเงินเดือนข้าราชการ” เกี่ยวไหม? หลายคนค้นคำนี้เพราะอยากเทียบกับเงินเกษียณของข้าราชการ ซึ่งจะเป็นคนละระบบกับประกันสังคมค่ะ ข้าราชการมีบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายของข้าราชการ (และมักมี กบข. ในบางกลุ่ม) ส่วนพนักงานเอกชนจะอิงประกันสังคม + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/เงินออมส่วนตัว ดังนั้นเวลาจะเทียบความคุ้ม “ให้เทียบในระบบเดียวกัน” เช่น ดูบำนาญประกันสังคมเทียบกับเงินที่เราส่งสะสม และสิทธิรักษาพยาบาล/ว่างงาน/คลอดบุตรที่ได้เพิ่มขึ้นตามฐาน ทริกส่วนตัวที่เราใช้วางแผนเกษียณร่วมกับประกันสังคม - เก็บสลิป/เช็กประวัติการส่งเงินสมทบเป็นระยะ (จำนวนเดือนสำคัญมาก) - ถ้ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้มองเป็น “ขาเสริม” เพราะบำนาญประกันสังคมอย่างเดียวอาจไม่พอค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ - ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณแบบคร่าว ๆ แล้วค่อยวางแผนว่าอยากให้ “บำนาญประกันสังคม + เงินออม” รวมกันต่อเดือนเท่าไหร่ สรุปมุมมองเรา: การปรับฐานเงินเดือนทำให้เพดานสิทธิหลายอย่างดีขึ้นจริง โดยเฉพาะบำนาญชราภาพสำหรับคนที่ตั้งใจส่งยาว ๆ แต่ความคุ้มสุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าเราส่งต่อเนื่องได้ถึง 15/25 ปีไหม และมีแผนเงินออมเสริมไว้หรือเปล่า



















































































