Stop! เช็กก่อนว่าเขา “มั่นใจ” หรือแค่ “หลงตัวเอง” จนเราเหนื่อย 🚩
Stop! เช็กก่อนว่าเขา "มั่นใจ" หรือแค่ "หลงตัวเอง" จนเราเหนื่อย 🚩
.
เคยเจอไหมคะ? แวบแรกคือดึงดูดมาก ดูเก่ง ดูมีพลัง แต่พอคุยไปสักพักกลับรู้สึกเหมือนพลังงานถูกสูบ! เพราะไม่ว่าเราจะเริ่มบทสนทนาที่เรื่องไหน สุดท้ายเขาก็จะวกกลับมาจบที่เรื่องตัวเองได้เสมอ
.
นี่คืออาการของ Narcissistic Traits ที่เราต้องแยกให้ออก
📍 ค นมั่นใจ: กล้าเป็นตัวเอง และกล้า "ฟัง" คนอื่น
📍 คนหลงตัวเอง: ต้องการให้สปอตไลท์ส่องที่ตัวเองตลอดเวลา ใครทักอะไรไม่ได้ บรรยากาศจะตึงทันที
.
ถ้าความสัมพันธ์เริ่มไม่สมดุล จนคุณต้องคอย "อ่านอารมณ์" หรือ "ระวังคำพูด" มากเกินไป นั่นไม่ใช่ความมั่นใจแล้วค่ะ แต่มันคือ #Toxic Relationship ที่กำลังเบียดบังพื้นที่ของคุณอยู่
.
ถอยออกมาสักนิด คุยเท่าที่จำเป็น แล้วเอาพลังงานกลับมาดูแลตัวเองดีกว่า!
.
รายละเอียดวิธีรับมือแบบไม่เสียอาการ อ่านต่อที่ Inzpy นะคะ
.
จากประสบการณ์ตรง ผมเคยพบกับคนที่ดูเหมือนมั่นใจแต่พฤติกรรมจริงๆ กลับสร้างความเหนื่อยล้าให้กับรอบข้างอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องคุยกันหลายครั้ง จะพบว่าไม่ว่าจะเริ่มเรื่องไหน สุดท้ายบทสนทนาก็มักจะกลับมาสู่ตัวเขาเสมอ ซึ่งตรงนี้แหละคือสัญญาณของคนที่ถูกจัดอยู่ใน Narcissistic Traits ด้วยความที่ต้องการให้สปอตไลท์ส่องที่ตัวเองตลอดเวลาและเสพติดการได้รับคำชม คนเหล่านี้มักจะรับฟังความคิดเห็นน้อยมาก หรือถ้ายอมรับ ก็พร้อมทำให้บรรยากาศตึงเครียดได้ทันที นอกจากนี้ พวกเขามักไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ต่อความรู้สึกของคนรอบข้างเลย ทำให้หลายคนที่ต้องติดต่อสื่อสารด้วยรู้สึกเหมือนต้องเดินบนเปลือกไข่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไปกระทบอารมณ์ของเขาอย่างรุนแรง ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจากการพยายามปรับตัวหรือคอยอ่านอารมณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ นั่นอาจไม่ใช่ความมั่นใจที่ดีแต่เป็นความสัมพันธ์แบบ Toxic ที่จำเป็นต้องตั้งขอบเขตเพื่อปกป้องตัวเอง วิธีการรับมือที่แนะนำคือ หยุดโทษตัวเอง และยึดมั่นกับข้อเท็จจริงมากกว่าความรู้สึก อย่าพยายามบังคับเปลี่ยนเขา เพราะเป็นไปได้ยากที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยภายในของใครคนหนึ่ง ให้ตั้งขอบเขตที่ชัดเจนในการสื่อสารและอยู่อย่างสงบแบบมีระยะห่าง เมื่อถึงเวลาที่ความสัมพันธ์นั้นทำร้ายสุขภาพจิตของเรามากเกินไป ก็ควรพิจารณาถอยออกมาดูแลตัวเองเป็นอันดับแรก การแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าความมั่นใจที่แท้จริงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเอง แต่เป็นการกล้าแสดงตัวตนและพร้อมรับฟังคนอื่นอย่างแท้จริง ซึ่งจะสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุลและยั่งยืนมากกว่า สุดท้ายแล้วสุขภาพจิตของเราต้องมาก่อนเสมอ การดูแลตัวเอง และเรียนรู้ที่จะไม่จมอยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้เราเหนื่อยจนเกินไป คือกุญแจสำคัญของการมีชีวิตที่มีความสุขและเป็นตัวเองอย่างแท้จริง
