มะปรางหวานปลอดสารพิษ

ถ้ากินถูกวิธีก็ได้ประโยชน์แต่ถ้ากินผิดวิธีก็เป็นโทษได้

2/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าช่วงนี้ใครกำลังตามหา “มะปรางหวานไข่ไก่” แบบปลอดสารพิษ เราว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ความหวานอร่อย แต่คือ “กินให้ถูกเวลาและปริมาณ” เพราะมะปรางหวานมีน้ำตาลธรรมชาติค่อนข้างสูง ถ้ากินเพลิน ๆ ตอนท้องว่างบางคนจะรู้สึกใจสั่น หิวเร็ว หรือเหมือนน้ำตาลแกว่งได้ จากที่ลองปรับวิธีกินเอง วิธีที่ช่วยให้สบายท้องและไม่ทำให้รู้สึกน้ำตาลพุ่งคือ กิน “หลังอาหาร” โดยเฉพาะหลังมื้อกลางวันจะเหมาะมาก (ร่างกายมีการใช้พลังงานต่อในช่วงบ่าย) แล้วจำกัดปริมาณประมาณ 2-4 ลูกต่อมื้อกำลังพอดี ถ้าชั่งเป็นน้ำหนักโดยคร่าว ๆ มะปรางให้พลังงานไม่สูงมากเมื่อกินพอดี (ประมาณ 60-80 kcal ต่อ 100 กรัม) แต่สิ่งที่ต้องระวังคือความหวานธรรมชาติ ไม่ใช่แคลอรีอย่างเดียว จุดที่เราชอบในมะปรางหวานไข่ไก่คือสารอาหารสายผิวและภูมิ—วิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิว และยังมีสารพฤกษเคมีอย่าง polyphenols ที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงมี Pro-vitamin A ที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย บางคนกินแล้วรู้สึกขับถ่ายดีขึ้นด้วยนะ (แต่ก็ขึ้นกับน้ำที่ดื่มและไฟเบอร์จากทั้งวัน) ทริคเล็ก ๆ ที่ทำแล้วเวิร์กมากสำหรับคนกังวลเรื่องน้ำตาล: อย่ากินคู่กับเครื่องดื่มหวาน/ชานม/น้ำผลไม้ เพราะจะยิ่งเพิ่มน้ำตาลรวมในมื้อเดียว ทำให้ “spike” ง่ายขึ้น ถ้าอยากให้ดูดซึมน้ำตาลช้าลง ลองกินมะปรางคู่กับของว่างที่มีโปรตีน/ไขมันดีนิด ๆ เช่น ถั่วต้ม 5-6 เม็ด (เราเคยลองแล้วอยู่ท้องขึ้นจริง) หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติแบบไม่หวานก็ได้ อีกอย่างที่อยากแชร์คือการเลือกซื้อให้ได้ฟีล “ปลอดสาร” มากที่สุด: เลือกผลที่ผิวตึง สีสม่ำเสมอ ไม่ช้ำ ไม่มีจุดดำเยอะ กลิ่นหอมอ่อน ๆ และควรล้างให้สะอาดก่อนกินทุกครั้ง (แช่น้ำสะอาดแล้วล้างไหลผ่าน) ถ้าเป็นมะปรางจากสวนที่ไว้ใจได้จะยิ่งสบายใจ สรุปคือ มะปรางหวานไข่ไก่อร่อยได้แบบไม่รู้สึกผิด แค่ยึด 3 ข้อ: กินหลังอาหาร, จำกัด 2-4 ลูก/มื้อ, ไม่จับคู่กับของหวาน/เครื่องดื่มหวาน เท่านี้ก็ได้ทั้งความสุขและได้ประโยชน์แบบพอดี ๆ แล้ว

ค้นหา ·
มะปรางหวาน