ลืมแล้วใช่ไหม

ฉันเคยคิดว่า…

แค่หยุดร้องไห้ได้ ทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นเอง

ฉันเลยหัดเงียบให้เป็น

เงียบเวลาเผลอคิดถึงใครบางคน

เงียบเวลาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เงียบ…แม้กระทั่งตอนที่ข้อความยังอยู่

แต่คนคนนั้นไม่อยู่แล้ว

ฉันยังไปทำงาน ยังหัวเราะ

ยังตอบทุกคนเหมือนปกติ

ไม่มีใครรู้เลยว่า…

บางครั้งฉันต้องนั่งนิ่งอยู่คนเดียวอยู่นานมาก

แค่เพื่อไม่ให้ตัวเองพังลงตรงนั้น

แล้ววันหนึ่งฉันก็เพิ่งเข้าใจว่า

ไม่ใช่ว่าฉันไม่เสียใจแล้ว

แค่ฉันไม่มีแรงจะร้องไห้อีกต่อไป

มีหลายคืนที่ฉันไม่หลับ

ไม่ใช่เพราะคิดถึงมากเกินไป

แต่เพียงแค่หลับตาลง

ทุกเรื่องเก่า ๆ ก็ย้อนกลับมาชัดเจนเหลือเกิน

แล้วฉันก็เข้าใจว่า

สิ่งที่ทำให้เหนื่อยที่สุด…

ไม่ใช่การสูญเสียใครไป

แต่คือการต้องแกล้งทำ

เหมือนตัวเองไม่เคยเจ็บเลยต่างหาก

ห้ามร้องไห้…

แต่น้ำตาไม่เคยหายไปไหน

มันแค่เปลี่ยนวิธีการมีอยู่

ไม่ได้ไหลออกมาข้างนอกอีกแล้ว

แต่มันค้างอยู่ข้างใน

ค่อย ๆ ถ่วงหัวใจให้หนักขึ้นทุกวัน

ฉันยังใช้ชีวิตต่อไป

แค่…ไม่ใช่ฉันคนเดิมอีกแล้ว

#tiktokthailand🇹🇭 #ฮีลใจตัวเอง #นักเขียน

5/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการต้องเงียบและเก็บความเจ็บปวดไว้ในใจเป็นเรื่องที่หลายคนมักเผชิญหลังจากประสบกับการสูญเสียหรือผิดหวังในชีวิตจริงๆ สำหรับตัวเองเคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนทั้งโลกมันหยุดหมุน ในวันนั้นฉันเลือกที่จะไม่แสดงความเจ็บปวดออกมา เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวเองดูอ่อนแอ หลายครั้งที่ต้องนั่งนิ่งๆ คนเดียว บางคืนก็ไม่หลับตา เพราะความคิดต่างๆ ย้อนกลับมาอย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้เหนื่อยที่สุดไม่ใช่แค่การสูญเสียใครสักคน แต่คือความรู้สึกที่ต้องแกล้งทำเป็นคนเข้มแข็ง ทั้งที่ภายในกำลังพังทลาย เช่นเดียวกับความรู้สึกที่คนอื่นไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มมีน้ำตาและความเจ็บปวดรออยู่ แม้เราจะหัดเงียบ แต่จริงๆ แล้วน้ำตายังไม่เคยหายไปจากหัวใจ มันอาจเปลี่ยนรูปแบบเป็นความเหงาที่อยู่ลึกๆ และถ่วงใจให้หนักขึ้นทุกวัน สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับความรู้สึกแบบนี้ การยอมรับและให้เวลากับตัวเองในการเยียวยาใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ต้องเร่งรีบที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะการรักษาหัวใจจากบาดเจ็บนั้นต้องใช้เวลา และบางครั้งการเปิดใจพูดคุยหรือแชร์ความรู้สึกกับคนที่เข้าใจ จะช่วยให้เราเดินหน้าต่อไปได้ง่ายขึ้น จำไว้ว่าการดูแลใจตัวเองเป็นขั้นตอนของการฟื้นฟูที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องผิดหากเราจะรู้สึกอ่อนแอและร้องไห้บ้าง เพราะนั่นคือสัญญาณว่าหัวใจยังมีชีวิตและกำลังฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ เตือนใจให้เชื่อมั่นว่าความรู้สึกเหล่านี้จะผ่านไป และเรายังสามารถพันธะความรู้สึกดีๆ ไว้ในชีวิตใหม่ที่สดใสขึ้นได้ในอนาคต