น้ำยากะทิ
อยากก็จัด🤣
ถ้าพูดถึง “น้ำยากะทิ” ที่อร่อยแบบโบราณ สำหรับเราคือความหอมมันของกะทิ + ความเข้มข้นของเครื่องแกง + ปลารสหวานธรรมชาติ กินกับขนมจีนแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ เลยมาแชร์แนวทางทำแบบบ้านๆ ที่ทำแล้วรสละมุน กลมกล่อม และไม่ยุ่งยากเกินไป วัตถุดิบหลักที่เราใช้ (ปรับได้ตามสะดวก) - ปลาเนื้อขาว 300–500 กรัม (ปลาช่อน/ปลานิล/ปลาทับทิมก็ได้) - กะทิ 1 กิโลกรัม (แบ่งเป็นหัวกะทิและหางกะทิ) - เครื่องแกงน้ำยา (พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด กระชาย กะปิ) หรือใช้พริกแกงสำเร็จรูปได้ - น้ำปลา เกลือ น้ำตาลปี๊บ (นิดเดียว) - ใบมะกรูดฉีก เพิ่มความหอม วิธีทำแบบที่เราชอบ (ได้กลิ่นหอมและไม่คาว) 1) ต้มปลาให้สุก: ใส่น้ำพอท่วมปลา เติมตะไคร้ทุบหรือใบมะกรูดนิดหน่อยช่วยดับคาว พอสุกแล้วพักให้เย็น แกะเอาแต่เนื้อ และกรองน้ำต้มปลาเก็บไว้เป็นน้ำซุป 2) ทำฐานน้ำยา: ตั้งหม้อ ใส่หางกะทิก่อน (หรือกะทิที่เจือจางกว่า) ตามด้วยเครื่องแกง เคี่ยวไฟกลางให้หอม ระวังไหม้ก้นหม้อ 3) ใส่เนื้อปลา: ใส่เนื้อปลายีลงไป คนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำต้มปลาที่กรองไว้ทีละนิดจนได้ความข้นตามชอบ 4) ปรุงรส: ใส่น้ำปลา เกลือ ชิมให้เค็มนำหวานตามนิดๆ (เราใช้แค่น้ำตาลปี๊บปลายช้อนเพื่อ “ตัดรส” ไม่ได้ให้หวาน) 5) ใส่หัวกะทิท้ายๆ: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ถ้าอยากหอมมันและไม่แตกมัน ให้ลดไฟอ่อนแล้วค่อยใส่หัวกะทิ เคี่ยวแค่พอเดือดปุดๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน ใส่ใบมะกรูดฉีกแล้วปิดไฟ ทริคให้น้ำยากะทิ “หอมมันแบบโบราณ” - อย่าใส่หัวกะทิตั้งแต่แรก เพราะเดือดแรงๆ แล้วแตกมันง่าย กลิ่นกะทิจะดรอป - ถ้าใช้พริกแกงสำเร็จ แนะนำผัดกับหางกะทิให้นานขึ้นนิดนึงจนกลิ่นเครื่องออก จะได้รสลึกเหมือนตำเอง - ชอบเข้มข้นให้เพิ่มเนื้อปลา/ลดน้ำซุป แต่ถ้าชอบละมุนให้เพิ่มกะทิ กินคู่กับอะไรถึงจะฟิน - ขนมจีนเส้นสด + ผักแนม (ถั่วฝักยาว ซอยกะหล่ำ ถั่วงอก ใบโหระพา) + ไข่ต้ม - ถ้ามีน้ำพริกกะปิ/พริกทอดเล็กๆ จะยิ่งอร่อยแบบบ้านๆ การเก็บรักษา - แช่ตู้เย็นได้ประมาณ 2–3 วัน เวลาจะอุ่นให้ใช้ไฟอ่อนและคนเรื่อยๆ (อย่าเดือดแรง) เพื่อคงความหอมมันของกะทิ ใครที่อยากก็จัดเหมือนกัน ลองทำสูตรน้ำยากะทิโบราณแบบนี้ดูนะคะ ทำครั้งแรกอาจชิมปรับรสหน้างานนิดนึง แต่พอเข้ามือแล้วบอกเลยว่าได้หม้อใหญ่ กินได้หลายมื้อ คุ้มมาก!

































สวัสดีตอนเช้าครับ❤️