Today, eat grilled chicken, papaya salad, crabs, snaps.😋
I'm full today... Follow Orange too. Snap 😘
ถ้าพูดถึงเมนูที่กินเมื่อไหร่ก็หายหิวแบบทันใจสำหรับเรา “ส้มตำปูปลาร้าไก่ย่าง” คือคู่หูตัวจริงเลยค่ะ ความแซ่บของส้มตำกับความหอมของไก่ย่างเข้ากันแบบพอดี ๆ กินแล้วรู้สึกทั้งอิ่มทั้งฟิน โดยเฉพาะวันที่อยากกินอะไรจัดจ้านหน่อย เมนูนี้ตอบโจทย์มาก เวลาสั่งส้มตำปูปลาร้า เราจะเริ่มจากเลือกแนวรสชาติที่ชอบก่อน เช่น “นัวนำ” หรือ “เปรี้ยวหวานนำ” เพราะแต่ละร้านปลาร้าไม่เหมือนกัน บางร้านเค็มนำ บางร้านหอมมาก ถ้าเป็นร้านที่ยังไม่คุ้น เรามักสั่งแบบกลาง ๆ ก่อน เช่น เผ็ดกลาง เปรี้ยวกลาง แล้วค่อยปรับครั้งถัดไป จะช่วยลดโอกาสได้ส้มตำที่เผ็ด/เค็มเกินจนกินไม่หมดค่ะ อีกอย่างที่เราใช้บ่อยมากคือการสั่ง “ส้มตำเปล่า” (ตามที่เห็นในรูปคำว่า “ส้มตำเปล่า”) ไว้เป็นตัวช่วยตัดเลี่ยนหรือไว้แก้ทางเวลาส้มตำปูปลาร้าเข้มไปนิด ส้มตำเปล่าจะรสเบากว่า กินสลับกันแล้วลิ้นไม่ล้า แถมยังช่วยให้กินไก่ย่างได้อร่อยขึ้น เพราะไม่โดนความเค็มของปลาร้ากลบหมด ฝั่งไก่ย่าง เราชอบเลือกร้านที่หนังบาง ๆ ย่างหอม และมีน้ำจิ้มแจ่วแบบเผ็ดเปรี้ยว ถ้าร้านไหนไก่ย่างออกแห้ง เราจะสั่งข้าวเหนียวเพิ่มนิดนึงแล้วกินคู่ส้มตำให้มีความชุ่ม ๆ ในปาก ทริคเล็ก ๆ คือบีบมะนาวเพิ่มในแจ่วนิดเดียว จะช่วยให้รสสดขึ้นและเข้ากับส้มตำปูปลาร้าได้ดีมาก เครื่องเคียงที่เข้ากันสุด ๆ สำหรับชุดนี้คือผักสดกรอบ ๆ เช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว แตงกวา หรือถ้าชอบแบบแน่น ๆ ก็เพิ่มไข่ต้ม 1 ฟอง กินคู่ส้มตำแล้วลดความเผ็ดลงได้จริง (โดยเฉพาะวันที่เผลอสั่งเผ็ดไป) ส่วนใครที่กลัวเค็ม แนะนำให้จิบน้ำเปล่าหรือสั่งน้ำสมุนไพรหวานน้อย จะช่วยบาลานซ์รสชาติได้ค่ะ สุดท้าย ถ้าจะให้คลิก “ส้มตำปูปลาร้าไก่ย่าง” แบบที่สุดในมื้อเดียว เราชอบจัดคำประมาณนี้: ข้าวเหนียวคำเล็ก + ไก่ย่าง + ตามด้วยส้มตำหนึ่งคำ แล้วปิดด้วยผักสดหรือส้มตำเปล่า เป็นลำดับที่ทำให้กินได้นาน อร่อยต่อเนื่อง และอิ่มแบบพอดี ๆ ลองทำตามดูได้นะคะ




































































