Hair care routine beautiful shiny hair
Hair care routine beautiful shiny hair with Sunsilk Diamond Shine new formula, descent will be good, beautiful shiny hair, fragrant, soft, super tender ❤️# kewalhkn # Geva round cheeks # Geva drug label # Beauty review # haircare# haircareroutine # Sunsilk Hair Shine Wink Wink Wink xBUS # SunsilkThailand
# SunsilkDiamondShine
ช่วงนี้มีคนถามบ่อยมากว่า “ซันซิลสีส้ม” กับ “ซันซิลสีม่วง” ต่างกันยังไง แล้วถ้าอยากได้ผมเงาๆ แบบพสจีนควรหยิบสีไหน เราลองใช้สลับกันอยู่พักนึง (โดยเฉพาะไลน์ Sunsilk Diamond Shine / Shine Shampoo) เลยสรุปเป็นประสบการณ์แบบง่ายๆ ให้ค่ะ เผื่อช่วยตัดสินใจได้เร็วขึ้น 1) ซันซิลสีส้ม เหมาะกับใคร? สำหรับเราสีส้มจะเด่นเรื่อง “ผมดูเงา+นุ่มลื่น” หลังสระเสร็จผมจะมีความเรียงเส้นขึ้น จับแล้วไม่สาก ปลายผมดูไม่ฟูง่าย กลิ่นหอมค่อนข้างชัดและติดผมดี เหมาะกับวันที่อยากให้ผมดูเงาไวๆ หรือคนที่ผมดูแห้งจากไดร์/หนีบผมบ่อยๆ 2) ซันซิลสีม่วง เหมาะกับใคร? สีม่วงโดยฟีลจะให้ความ “บำรุง+จัดทรงง่าย” มากกว่า คือผมนุ่มเหมือนกันแต่จะคนละโทนกับสีส้ม (ไม่ได้เน้นเงาวับเท่า) เหมาะกับคนที่ผมพันกันง่าย ชี้ฟูง่าย หรืออยากได้ความนุ่มแบบปลายผมไม่สะดุดเวลาใช้หวี ทริค Hair care routine ให้ผม Shine แบบทำตามได้จริง - สระ 2 รอบ: รอบแรกเน้นล้างคราบมัน/ฝุ่น รอบสองค่อยนวดให้ทั่ว (โดยเฉพาะโคน) จะช่วยให้หนังศีรษะสะอาดและผมไม่ลีบเร็ว - อย่าถูปลายผมแรง: เราจะเน้นนวดที่หนังศีรษะ แล้วปล่อยฟองไหลลงปลายผมพอ เพราะปลายผมพังง่าย - ครีมนวด/ทรีตเมนต์ลง “กลาง-ปลายผม” เท่านั้น: ถ้าลงโดนโคนจะทำให้ผมมันไวและดูไม่พองสวย - ล้างน้ำอุณหภูมิห้องหรือค่อนข้างเย็น: อันนี้ช่วยให้ผมดูเงาขึ้นจริงในสายตาเรา (ผมไม่ฟูเท่าน้ำอุ่นจัด) - ซับผมด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์/เสื้อยืด: ลดผมชี้ฟูได้ดีมาก แล้วค่อยไดร์จากโคนไปปลาย ใช้ลมอุ่นก่อนปิดด้วยลมเย็น ผมจะดูเงากว่า สรุปเลือกสีไหนดี? ถ้าเป้าหมายคือ “ผมเงาวิ้ง” แนว Shine ชัดๆ เราเอนเอียงให้ซันซิลสีส้มมากกว่า แต่ถ้าอยากได้ความนุ่มจัดทรงง่าย ลดพันกันแบบเน้นบำรุง สีม่วงก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ลองดูสภาพผมตัวเองเป็นหลัก แล้วจับคู่กับทริคสระ-ไดร์ข้างบน รับรองผมดูเงาและนุ่มขึ้นแบบเห็นได้เลย
















































































































