Psoriasis. Can you use alum to deodorize armpits?!!!
หลายคนถามว่า “สารส้มทารักแร้” ดับกลิ่นได้จริงไหม จากที่ลองใช้และหาข้อมูลเพิ่ม สารส้มมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นตัว เลยทำให้กลิ่นรักแร้ลดลงได้ในหลายคน (โดยเฉพาะวันที่เหงื่อออกไม่มาก) และข้อดีคือบางสูตรให้ความรู้สึก “เบา” กว่าผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งคนผิวบอบบางมักระคายง่าย แต่ถ้าเป็นคนมีสะเก็ดเงิน/ผิวแห้ง/ผิวแพ้ง่าย ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะผิวบริเวณรักแร้เป็นจุดอับชื้นและเสียดสีบ่อย ถ้าทาแล้วแสบ คัน แดงเป็นปื้น หรือผิวลอกมากขึ้น ให้หยุดใช้ทันที เพราะอาจเกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้ ถึงแม้สารส้มจะไม่ใช่สารเคมี “รุนแรง” แบบที่หลายคนกังวล แต่ก็ยังมีโอกาสทำให้ผิวบางคนเห่อได้ โดยเฉพาะถ้ามีแผลเล็ก ๆ จากการโกน/ถอนขน วิธีใช้ที่รู้สึกว่าปลอดภัยกับผิวมากขึ้น (แชร์จากประสบการณ์ส่วนตัว): 1) ทดสอบก่อน: แตะสารส้มที่ท้องแขนหรือหลังใบหู 24–48 ชม. ดูว่ามีผื่นคันไหม 2) ใช้บนผิวที่แห้งและไม่มีแผล: หลังอาบน้ำซับให้แห้งสนิท อย่าทาทันทีหลังโกนขน 3) ใช้ “น้อย ๆ” ก่อน: ถ้าเป็นสารส้มก้อน ให้ชุบน้ำเล็กน้อยแล้วปาดเบา ๆ 1–2 ครั้ง ไม่ต้องถูแรง (การถูแรงทำให้ผิวระคายและรูขุมขนอักเสบได้) 4) เลี่ยงการทาซ้ำหลายรอบระหว่างวัน: ถ้ารักแร้ชื้น ให้ซับเหงื่อ/เปลี่ยนเสื้อแทนก่อน แล้วค่อยพิจารณาทาใหม่ อีกทริคที่ช่วยลดกลิ่นร่วมด้วยคือใส่เสื้อผ้าระบายอากาศ ซักเสื้อด้วยน้ำยาฆ่าแบคทีเรียอ่อน ๆ (หรือแช่ผ้าก่อนซัก) และดูแลขนรักแร้แบบไม่ทำให้เกิดแผล สรุป: สารส้มทารักแร้ช่วยดับกลิ่นได้ แต่คนเป็นสะเก็ดเงินหรือผิวบอบบางควรเริ่มแบบค่อย ๆ ทดสอบผิว ใช้น้อย ๆ และหลีกเลี่ยงตอนมีแผล ถ้าเกิดแสบ คัน แดง หรือผื่น ให้หยุดและเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน/ปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยกว่า



















































































