พี่ตาดีคนหนึ่งถามฉันด้วยน้ำเสียงปนสงสัย
พี่ตาดีคนหนึ่งถามฉันด้วยน้ำเสียงปนสงสัยว่า
.
“ทำไมเดี๋ยวนี้คนตาบอดใน @Be My Eyes ถึงให้อาสาดูน้อยลงนะ จากเมื่อก่อนผมได้ช่วยดูเป็นสิบ ๆ คน แต่ตั้งแต่ต้นปีมานี้ มีแค่คนเดียวเอง”
.
คำถามนั้นทำให้ฉันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนึกถึงเรื่องเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ ร้าน @KHONTHAI SWAG [คนไทยสแว็ค] ส่งเสื้อยืดมาให้ฉันกับคุณเอกชัยคนละตัว ของฉันสีดำ ของเขาสีข าว เราตกลงกันว่าจะใส่พร้อมกัน แล้วถ่ายรูปส่งกลับไป เพื่อขอบคุณในน้ำใจที่ส่งผ่านมาในกล่องพัสดุเล็ก ๆ นั้น
.
ฉันเปิดแอป Be My Eyes ในโทรศัพท์ แอปคู่ใจคนตาบอดเพื่อใช้บรรยายภาพ แอปที่แต่ก่อนต้องวิดีโอคอลให้คนตาดีช่วยดู แต่ตอนนี้มีฟังก์ชันใหม่ที่ใช้ AI ดูภาพให้ได้ทันที เดี๋ยวนี้ฉันแทบไม่ได้วิดีโอคอลขอความช่วยเหลือเหมือนเมื่อก่อนจริง ๆ เว้นเสียแต่บางครั้งที่ต้องเลือกจากสิ่งของมากมาย เช่น หยิบเสื้อจากตู้แล้วอยากให้ช่วยดูรวดเดียวทั้งแถบ ไม่อยากถ่ายทีละรูป หรือเวลาต้องการให้ช่วยดูปุ่มบนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจก่ออันตรายได้หากกดผิด
.
ฉันนึกถึงวันวานที่ทุกอย่างต้องอาศัยคนตาดีช่วยยืนยันให้เสมอ ทุกครั้งที่เปิดกล้อง ก็เหมือนเปิดประตูบานหนึ่ง ให้ใครสักคนก้าวเข้ามาในโลกของฉันชั่วขณะ โลกที่อีกฝ่ายช่วยมองแทนฉัน แล ะฉันได้ฟังเสียงของเขาแทนภาพที่มองไม่เห็น
.
วันนี้ แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ฉันพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น มีอิสระมากกว่าเดิม แต่ในบางมุมของหัวใจ ฉันยังคงคิดถึงสัมผัสเล็ก ๆ ของความเป็นมนุษย์ เสียงที่บอกอย่างสับสนและรุ้นละทึกไปด้วยกันว่า
.
“ไปทางซ้ายอีกนิดค่ะ...เอ่อ ไปทางขวา เลยแล้ว ลงมาใกล้ตัวอีกนิดค่ะ ใช่ ตรงนั้นแหละ เจอแล้ว”
.
เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่แฝงความดีใจ เมื่อฉันกับพี่อาสาในสายวิดีโอคอลช่วยกันหาหูฟังที่ฉันทำตก สิ่งของชิ้นเล็กที่ฉันหานานจนเกือบถอดใจ กลับถูกเจอเพราะใครสักคนที่ช่วยมองแทนฉัน
.
เพราะในที่สุดแล้ว แม้โลกจะเต็มไปด้วยเครื่องมือที่ช่วยให้เรามองเห็นได้ด้วยตนเอง แต่สิ่งที่เรายังมองหากันอยู่เสมอ คือสายตาแห่งความเข้าใจ จากใครสักคน ที่ยอมมองเข้ามาในโลกของเรา
.
#BeMyeyes #accessibility #BlindApplication #lspiration #KhonthaiSWAG






















