ต้มเบสชาเย็น

6/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “วิธีต้มเบสชา/วิธีต้มเบสชาไทย” เพื่อทำชาเย็นให้รสคงที่เหมือนร้าน เราว่าวิธีทำเบสคือคำตอบที่สุด เพราะพอมีเบสชาไทยแช่เย็นไว้แล้ว เวลาชงจะเร็วมาก และรสไม่แกว่งค่ะ จากสูตรนี้ (ชาไทย 90 g + น้ำร้อน 1,500 ml ต้มไฟแรง 3 นาที แล้วกรองให้ได้น้ำชา 1,100 ml) เคล็ดลับที่ทำให้เบสหอมและไม่ขมคือ “จับเวลา” ให้ชัดเจนค่ะ หลายคนต้มนานไปทำให้ฝาด/ขม พอชงกับนมแล้วกลบรสไม่หมด แต่ถ้าต้มตามเวลาแล้วรีบกรอง จะได้กลิ่นชาไทยชัด ๆ แบบหอมผงปรุงสำเร็จ (ชาไทยผงปรุงสำเร็จ/Thai tea) และได้สีสวยขึ้น อีกอย่างที่เราแนะนำคือใช้น้ำเดือดจริง ๆ (น้ำร้อน 1,500 mL) แล้วคงไฟแรงตามสูตร 3 นาที ไม่ต้องกลัวว่าไฟแรงจะทำให้ไหม้ เพราะเป็นการสกัดด้วยน้ำเดือดสั้น ๆ จากนั้น “กรองทันที” เพื่อตัดการสกัดต่อ ถ้ามีผ้าขาวบางหรือกระชอนถี่จะช่วยให้น้ำชาใสขึ้น ลดผงชา เวลาเก็บในตู้เย็นจะไม่มีกลิ่นตะกอนค่ะ ทำไมต้องแช่เย็น 1 คืน? ประสบการณ์เราคือพอพักข้ามคืน กลิ่นชาจะนิ่งขึ้นและรสจะกลมขึ้น ชงแล้วไม่รู้สึกกระด้าง และยังช่วยให้เบสเย็นพร้อมทำชาเย็นทันที ไม่ต้องเติมน้ำแข็งเยอะจนเจือจางเกินไป การเก็บรักษาเบสชาไทย: เทใส่ขวดหรือเหยือกที่ปิดสนิท แช่ตู้เย็นตลอด เรามักใช้ให้หมดใน 2–3 วันเพื่อความหอม (ถ้าทิ้งนานกลิ่นจะดรอป) และพยายามใช้ช้อน/แก้วที่สะอาดตักทุกครั้ง ลดโอกาสเสียเร็วค่ะ ถ้าเห็นกลิ่นเปลี่ยนหรือมีฟองผิดปกติให้ทิ้งนะคะ ไอเดียการนำ “เบสชาไทย” ไปใช้: นอกจากชาเย็น เราชอบเอาไปทำชาไทยนมสด, ชาไทยลาเต้ร้อน (อุ่นเบสก่อนแล้วค่อยเติมนม), หรือทำเป็นชานมปั่นก็ได้ ข้อดีของการมีเบสคือคุมความเข้มได้ง่าย แค่อยากเข้มก็เพิ่มเบส อยากอ่อนก็ลดเบส ไม่ต้องต้มใหม่ทุกแก้วค่ะ สรุปคือสูตรเบสชาไทยนี้เหมาะมากสำหรับทำไว้ใช้ที่บ้านหรือเตรียมขาย เพราะสัดส่วนชัด (90g : 1,500ml) เวลาแน่น (3 นาที) และได้ปริมาณน้ำชาที่ใช้จริง 1,100ml ช่วยให้ทำซ้ำแล้วรสคงที่ทุกครั้งค่ะ

ค้นหา ·
วิธีต้มเบสชาไทยให้หอม