แปลพาหุงบทที่5 ทรงชนะนางจิญจมาณวิกาด้วยความนิ่งสงบ
พาหุงบทที่ 5 เป็นเรื่องของ จิญจมาณวิกา หญิงนักบวชนอกศาสนาคนหนึ่งที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อใส่ร้ายพระพุทธเจ้า
นี่เป็นชัยชนะที่ต่างจากบทก่อน ๆ เพราะไม่มีช้างดุ ไม่มีโจร ไม่มีอสูร ไม่มีสงคราม แต่เป็นการต่อสู้กับ การใส่ร้าย การโกหก และความเข้าใจผิดของผู้คน
บทบาลีว่า
> กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภิ นียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
แปลความโดยรวมว่า
> พระจอมมุนีทรงชนะคำกล่าวร้ายของนางจิญจา ผู้ทำไม้ปลอมผูกไว้ที่ท้องให้เหมือนหญิงมีครรภ์ แล้วกล่าวใส่ร้ายท่ามกลางมหาชน ด้วยความสงบเยือกเย็นและพระปรีชาญาณ ขอชัยชนะนั้นจงเป็นมงคลแก่ท่าน
---
หลายปีหลังการตรัสรู้ พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหารในเมืองสาวัตถี
ในเวลานั้น พระธรรมกำลังเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
ผู้คนจำนวนมหาศาลเดินทางมาฟังธรรม
กษัตริย์ พ่อค้า พราหมณ์ และชาวบ้านต่างพากันถวายการอุปถัมภ์
ชื่อเสียงของพระพุทธเจ้าขจรไกลไปทั่วชมพูทวีป
แต่ในขณะ เดียวกัน นักบวชบางสำนักกลับเริ่มสูญเสียผู้ศรัทธา
ผู้คนที่เคยไปฟังพวกเขา เริ่มหันไปฟังพระพุทธเจ้า
ผู้ที่เคยถวายทานแก่พวกเขา ก็เริ่มถวายแก่พระสงฆ์มากขึ้น
ความอิจฉาจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
วันหนึ่ง เหล่านักบวชเหล่านั้นประชุมกัน
พวกเขาคิดหาวิธีทำลายชื่อเสียงของพระพุทธเจ้า
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งจนปัญญา
เพราะไม่มีใครพบข้อบกพร่องในพระองค์เลย
สุดท้ายจึงเลือกใช้วิธีที่ต่ำช้าที่สุด
นั่นคือ "สร้างเรื่องเท็จ"
ในหมู่นักบวชเหล่านั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ จิญจมาณวิกา
นางมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม พูดจาฉะฉาน และเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คน
พวกนักบวชจึงไปชักชวนให้นางช่วยทำลายพระเกียรติของพระพุทธเจ้า
ตอนแรกนางลังเล
แต่ในที่สุดก็ตกลง
---
จากวันนั้น ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ
ทุกค่ำคืน จิญจาจะเดินถือดอกไม้และเครื่องหอมไปทางวัดเชตวัน
เมื่อมีคนถามว่าจะไปไหน
นางจะยิ้มแล้วตอบคลุมเครือ
"ก็ไปที่ที่ควรไป"
หรือ
"เรื่องของฉัน ไม่ต้องถามมาก"
ตอนเช้า นางก็เดินกลับจากทิศทางเดียวกัน
ทำเช่นนี้อยู่หลายเดือน
ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัด
ผู้คนเริ่มซุบซิบ
บางคนเริ่มสงสัย
บางคนเริ่มเชื่อ
แม้ไม่มีหลักฐานใดเลย
---
เวลาผ่านไปหลายเดือน
จิญจาเริ่มทำแผนขั้นต่อไป
นางนำแผ่นไม้มาทำเป็นรูปท้องคนท้อง
ใช้ผ้าพันยึดติดกับร่างกาย
จากภายนอกดูคล้ายหญิงตั้งครรภ์อย่างมาก
จากนั้นนางก็รอจังหวะ
---
วันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก
ทั้งพระราชา เศรษฐี พ่อค้า และชาวบ้านต่างนั่งฟังอย่างสงบ
ทันใดนั้น จิญจาก็เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
ทุกคนหันมอง
นางยืนอยู่ตรงหน้าพระพุทธเจ้า
แล้วกล่าวเสียงดัง
"พระสมณโคดม!"
คนทั้งศาลาเงียบกริบ
"ท่านสอนคนอื่นเรื่องศีลธรรม แต่ท่านกลับทำให้ข้าตั้งครรภ์"
ผู้คนจำนวนมากถึงกับอุทานด้วยความตกใจ
จิญจาชี้ไปที่ท้องของตน
แล้วกล่าวต่อ
"ตอนนี้ใกล้คลอดแล้ว แต่ท่านไม่เคยรับผิดชอบเลย"
ทันใดนั้น เสียงซุบซิบดังไปทั่ว
บางคนตกใจ
บางคนเริ่มสงสัย
บางคนมองพระพุทธเจ้าด้วยความงุนงง
---
แต่ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมด
พระพุทธเจ้ายังคงประทับนั่งสงบ
พระพักตร์ไม่เปลี่ยนแปลง
ไม่มีความโกรธ
ไม่มีความหวั่นไหว
ไม่มีแม้แต่ความพยายามรีบแก้ตัว
พระองค์ทอดพระเนตรดูจิญจา
แล้วตรัสอย่างอ่อนโยนว่า
"น้องหญิง เรื่องนี้มีเพียงเธอกับเราที่รู้ความจริง"
ประโยคสั้น ๆ นี้ทำให้หลายคนเริ่มฉุกคิด
เพราะพระองค์มิได้แสดงอาการของคนถูกจับผิด
แต่กลับสงบนิ่งอย่างน่าอัศจรรย์
---
ในขณะนั้นเอง ตามตำนานกล่าวว่า เทวดาที่เห็นเหตุการณ์ไม่อาจทนต่อการใส่ร้ายได้
จึงแปลงกายเป็นหนูมากัดสายรัดที่ผูกแผ่นไม้ไว้กับท้องของจิญจา
เชือกค่อย ๆ ขาด
จิญจาไม่รู้ตัว
แล้วทันใดนั้น
แผ่นไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าก็หลุดตกลงพื้น
เสียงดัง "ปึง!"
ต่อหน้ามหาชนทั้งหมด
ทุกคนมองเห็นทันทีว่า
ไม่มีครรภ์
ไม่มีเด็ก
ไม่มีความจริงแม้แต่น้อย
มีเพียงไม้ที่ใช้หลอกลวงผู้คน
---
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ
จากนั้นเสียงวิจารณ์ก็ดังขึ้นรอบด้าน
ผู้คนที่เคยหลงเชื่อเริ่มเข้าใจความจริง
จิญจาหน้าซีดเผือด
ความมั่นใจทั้งหมดหายไปในพริบตา
นางไม่สามารถพูดอะไรได้อีก
ก่อนจะรีบหนีออกจากที่ชุมนุมท่ามกลางสายตาของผู้คน
---
เมื่อทุกอย่างจบลง
พระพุทธเจ้ามิได้สาปแช่ง
มิได้ดุด่า
มิได้ลงโทษ
มิได้แก้แค้น
พระองค์เพียงทรงแสดงธรรมต่อไปตามปกติ
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
---
นี่คือเหตุผลที่พาหุงบทที่ 5 ยกเหตุการณ์นี้ขึ้นมาเป็นชัยมงคล
เพราะบางครั้งศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนถือดาบ
ไม่ใช่ช้างตกมัน
ไม่ใช่โจรฆาตกร
แต่เป็น "คำโกหก" ที่ทำให้ผู้คนเข้าใจผิด
และพระพุทธเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่า
ความจริงไม่จำเป็นต้องตะโกน
ไม่จำเป็นต้องโกรธ
ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ด้วยอารมณ์
เมื่อความจริงเป็นความจริง วันหนึ่งมันจะปรากฏขึ้นเอง
ดังที่พระองค์ทรงชนะการใส่ร้ายของจิญจมาณวิกา ด้วย ความสงบ ความอดทน และความบริสุทธิ์แห่งความจริง จนกลายเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่บทหนึ่งในพาหุงมหากาครับ
#ธรรมทาน







