มนุษย์ใจสูง..อยู่เหนืออำนาจกิเลส
เพลง:มนุษย์ใจสูง
+ญาปู่
ทำนอง:ญาปู่TaiZen
ร้อง:ดนตรี:Suno Ai
...
[Intro]
เกิดเป็นคน ดิ้นรนสุดสุด
ร่างมนุษย์ สุดยอดกายา
กายกับจิต ผูกติดกันมา
คนมีคุณค่า ถ้าฝึกฝนตน
[Verse 1]
เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนนกยูง มีดี ที่แววขน.
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา.
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันต์จริง.
[Verse 2]
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน
ศุขสันติ์จริง.
[Chorus]
กิเลสเอ๋ย บงการข้า มานานนัก
จมปลัก,รัก,โลภ,โกรธ,หลง,
ดั่งคนบ้า
Comfort zone พื้นที่กิเลส
เสพนานมา
ถึงเวลา ปลดแอก แหกคุกกาม
เผด็จการ 3มารกิเลส ..
เฉดหัวไป..
[Outro]
ชะตากรรมชีวิต ขีดด้วยตน
จะให้พ้น หรือเพิ่ม ทุกข์ก็ได้
ตามหรือต้าน กิเลสก็ตามใจ
สูง-ต่ำ,ดี-จัญไร..เลือกเดินเอง..
[Chorus]
กิเลสเอ๋ย บงการข้า มานานนัก
จมปลัก,รัก,โลภ,โกรธ,หลง,
ดั่งคนบ้า
Comfort zone พื้นที่กิเลส
เสพนานมา
ถึงเวลา ปลดแอก แหกคุกกาม
เผด็จ การ 3มารกิเลส ..
เฉดหัวไป..
[End]
การเป็น "มนุษย์ใจสูง" ในมุมมองของบทกวีและเพลงนี้ เปรียบเสมือนการตระหนักรู้และฝึกฝนตนเองเพื่อให้ได้ใจที่สะอาด สว่าง และสงบ ซึ่งคำสามคำนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราพ้นจากอำนาจกิเลสทั้งหลาย เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง และความยึดติดใน comfort zone หรือพื้นที่ปลอดภัยที่กิเลสคอยบงการชีวิต แต่การจะก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกิเลสเปรียบเสมือน "เผด็จการ" ที่ครอบงำเราอย่างแน่นแฟ้นและยาวนาน จากประสบการณ์ส่วนตัว การทำสมาธิและฝึกจิตใจอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้เราเรียนรู้จักตัวเอง ดีดตัวออกจากความคิดลบและความต้องการแบบทันทีทันใด เมื่อเราเริ่มตื่นรู้ เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะ "ตาม" หรือ "ต้าน" กิเลส การตัดสินใจในแต่ละวันกลายเป็นชะตากรรมของชีวิตตามที่บทกวีกล่าวไว้ว่า "ชะตากรรมชีวิต ขีดด้วยตน" ซึ่งหมายความว่าเรามีอำนาจในการเพิ่มความทุกข์หรือพ้นทุกข์ในชีวิตของตนเอง นอกจากนี้ เพลงและบทกวียังสื่อสารถึงความเป็นมนุษย์ที่ลึกซึ้ง ว่าเราคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย แต่รวมถึงใจที่สูงส่งหรือใจต่ำ การพัฒนาความดี ความถูกต้อง และการพูดถึงความจริงตามเวลาที่เหมาะสม จะนำมาซึ่งความเปรมปรีดิ์และสุขสันติ์ใจอย่างแท้จริง จากคำว่า "3มารกิเลส" ที่กล่าวถึงในบทกวี หมายถึง หิริ โอตตัปปะ และอวิชชา ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้จิตใจเราถูกครอบงำและเผด็จการ ซึ่งการปลดแอกกิเลสเหล่านี้ต้องการความตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เคล็ดลับที่ได้เรียนรู้คือความสำเร็จในการปลดแอกใจนั้น มาจากการตั้งสติ รู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตนเอง เพื่อไม่ให้เราตกอยู่ในซ้ำเติมของความรู้สึกไม่ดี หรือการยึดติดในสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ การกลับมามองตัวเองอย่างใจเย็นและเมตตาจะช่วยให้เราก้าวผ่านความทุกข์นั้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กิเลสไม่ว่าจะในรูปแบบของความอยากได้ อยากมี หรือการยึดมั่นถือมั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่ถ้าเรามีใจสูง หากฝึกฝนตนอย่างสม่ำเสมอ เราจะก้าวข้ามเหล่านั้นและใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและสุขสงบได้จริงๆ






























ตุถตา