สิ่งที่ต้องระวัง หากน้ำท่วมเข้าบ้าน

1/24 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเจอสถานการณ์ “น้ำท่วมปลั๊กไฟ” อย่ารอให้ช็อตก่อนค่อยแก้ค่ะ จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาน้ำเริ่มซึมเข้าบ้าน สิ่งที่ต้องรีบโฟกัสคือความเสี่ยงไฟฟ้าดูด/ไฟลัดวงจร เพราะปลั๊กไฟที่อยู่ต่ำ เต้าเสียบตามผนัง และปลั๊กพ่วงบนพื้นอันตรายมาก 1) ประเมินระดับน้ำก่อนแตะอะไร ถ้าน้ำเริ่มแตะบริเวณปลั๊กพ่วง สายพ่วง หรือมีแนวโน้มจะถึงเต้าเสียบที่ผนัง “อย่าจับปลั๊กด้วยมือเปียก” และอย่าเดินลุยน้ำไปถอดปลั๊กสุ่มสี่สุ่มห้า ให้ตั้งสติหาทางไปที่ตู้ไฟ (ตู้คอนซูมเมอร์/เบรกเกอร์) ด้วยเส้นทางที่แห้งที่สุดก่อน 2) ปิดเบรกเกอร์ให้ถูกลำดับ (สำคัญที่สุด) สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้เร็วคือ “ตัดไฟ” ค่ะ ถ้าเข้าถึงตู้ไฟได้อย่างปลอดภัย ให้ปิดเมนเบรกเกอร์ก่อน (หรือปิดวงจรปลั๊ก/ไฟฟ้าภายในบ้านที่เกี่ยวข้อง) แล้วค่อยกลับมาจัดการของใช้ไฟฟ้า การปิดเบรกเกอร์ก่อนช่วยกันไฟดูดได้มากกว่าการไปถอดปลั๊กทีละอันตอนยังมีไฟ 3) จัดการปลั๊กพ่วงและเต้าเสียบที่อยู่ต่ำ ปลั๊กพ่วงห้ามวางบนพื้นเด็ดขาด พอน้ำท่วมทีคือเสี่ยงช็อตทันทีค่ะ หลังตัดไฟแล้ว ให้ยกปลั๊กพ่วงขึ้นที่สูงหรือเก็บเข้าตู้/ชั้น วางสายไฟให้พ้นพื้นและทำ “ห่วงหยดน้ำ” กับสายไฟ (ให้สายโค้งลงก่อนเข้าปลั๊ก) เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าจุดต่อสายง่ายๆ 4) ตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ ถ้าน้ำเริ่มสูงและมีโอกาสเข้าบ้าน แนะนำถอดปลั๊กตู้เย็น/เครื่องฟอกอากาศ/เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งพื้นทันทีหลังตัดไฟ และย้ายขึ้นที่สูงเท่าที่ทำได้ เพราะนอกจากไฟดูดแล้ว ยังพังจากความชื้นและเกิดเชื้อราได้เร็วมาก 5) กันน้ำย้อนท่อในห้องน้ำ อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือท่อระบายน้ำ/โถส้วม น้ำอาจย้อนท่อพร้อมกลิ่นสกปรกเข้าบ้านได้ ลองปิดฝาท่อหรือวางของหนักทับไว้ชั่วคราว จะช่วยลดปัญหาน้ำย้อนและกลิ่นได้ในช่วงฉุกเฉิน 6) หลังน้ำลด ต้องทำอะไรก่อนเปิดไฟ อย่าเพิ่งเปิดเบรกเกอร์ทันทีค่ะ เช็ดให้แห้ง ตรวจปลั๊กไฟ เต้าเสียบ และปลั๊กพ่วงว่ามีคราบน้ำ/โคลนหรือไม่ ถ้ามีให้ทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งสนิทก่อน ใช้ปลั๊กพ่วง/สายไฟที่เปียกหรือขึ้นสนิมแล้วควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย สรุปง่ายๆ: น้ำท่วมปลั๊กไฟ = ตัดไฟก่อน ยกปลั๊กพ่วงขึ้นสูง ถอดปลั๊กเครื่องใช้ที่เสี่ยง และค่อยตรวจให้แห้งสนิทก่อนจ่ายไฟกลับค่ะ

ค้นหา ·
น้ำท่วม