เรื่องอื้อฉาวของทรัมป์ และอดีตเจ้าชายแอนดรูว์
เรื่องราวเมื่อ 20 ปีที่แล้วของเจฟฟรีย์ เอปสเตน (Jeffrey Epstein) นักการเงินซึ่งกลายเป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศและค้ามนุษย์ระดับElite ยังคงตามหลอกหลอนผู้เกี่ยวข้อง
🦋
ตามเอกสารของศาลระบุว่าในช่วงทศวรรษ 1990 เอปสเตนสามารถสะสมที่ดินและอพาร์ตเมนต์ได้ในหลายประเทศ รวมถึงเกาะส่วนตัวในทะเลแคริบเบียน และยังได้อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุ ดในโลกอีกด้วย บุคคลเหล่านี้ได้แก่ เจ้าชายแอนดรูว์ อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
🦋
ความลับของเอปสเตนถูกเปิดเผยครั้งแรกในปี 2548 เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งติดต่อตำรวจปาล์มบีช แจ้งความว่าลูกเลี้ยงวัย 14 ปีของเธอถูกหญิงสาวที่อายุมากกว่าพาตัวไปที่คฤหาสน์ของเอปสเตน เด็กหญิงคนดังกล่าวได้รับเงิน 300 ดอลลาร์เพื่อเปลื้องผ้าและนวดให้เอปสเตน
🦋
คำให้การของคณะลูกขุนใหญ่ที่ถูกเปิดเผยในหลายปีต่อมา ระบุว่าเอปสเตนซึ่งขณะนั้นอายุ 40 กว่าปี ได้ข่มขืนเด็กสาววัยรุ่นอายุเพียง 14 ปี ที่คฤหาสน์ของเขาในปาล์มบีช เด็กสาวหลายคนให้การว่า เอปสเตนได้จ่ายเงินค่านวดหรือบริการทางเพศแก่เด็กสาวเหล่านี้ และยังได้เสนอเงินให้เพื่อหาเด็กสาวมาเพิ่มเติมให้เขาด้วย
🦋
เอปสเตนได้ทำข้อตกลงกับอัยการรัฐบาลกลางเซาท์ฟลอริดาในปี 2551 เขารับสารภาพผิดในข้อหากระทำความผิดทางเพศ จัดหาบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปีเพื่อค้าประเวณีและชักชวนให้ค้าประเวณีแทน ซึ่งเป็นข้อหากระทำผิดของรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาที่รุนแรงกว่าของรัฐบาลกลาง ทำให้เอปสไตน์เพียงแค่ถูกตัดสินจำคุกหนึ่งปีครึ่งในเรือนจำปาล์มบีชเคาน์ตี และถูกกักบริเวณในบ้านเป็นเวลาหนึ่งปี
🦋
ในปี 2561 มีผู้หญิงอีกหลายสิบคนกล่าวหาว่าเอปสเตนล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ ทำให้กระทรวงยุติธรรมเปิดการสอบสวนเอปสเตนอีกครั้ง และเขาถูกตั้งข้อหาในนิวยอร์กในคดีค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่าเกณฑ์หลายสิบคน ซึ่งแน่นอนเขาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ตาม ยังมีเหยื่อบางรายฟ้องร้องคดีแพ่งต่อเขาด้วย
🦋
เหตุการณ์ในวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 6.30 น. เจ้าหน้าที่เ รือนจำพบผู้ต้องขังชื่อ เจฟฟรีย์ เอ็ดเวิร์ด เอปสเตน วัย 66 ปี ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณีเด็กหญิง หมดสติอยู่ในห้องขังที่ศูนย์ราชทัณฑ์เมโทรโพลิแทนในนิวยอร์ก และต่อมาทางโรงพยาบาลก็ประกาศว่าเสียชีวิต โดยศาลตัดสินว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
🦋
การเสียชีวิตของเอปสเตนเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากมีการเปิดข้อมูลใหม่ เกี่ยวกับรายชื่อลับของผู้ร่วมกระทำความผิดในการล่วงละเมิดหญิงสาวที่บ้านของเขาในปาล์มบีช รัฐนิวยอร์ก และหมู่เกาะเวอร์จิน
🦋
รายงานการชันสูตรพลิกศพทำให้หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเอปสเตน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุว่ากระดูกที่คอหัก ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเป็นผลมาจากการแขวนคอหรือการบีบคอ แล้วทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับแผนการฆาตกรรมก็เริ่มเป็นที่พูดถึง ทฤษฎีที่ว่าเอปสเตนเก็บรายชื่อลูกค้าไว้เพ ื่อแบล็กเมล์กลายเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือ
🦋
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเจฟฟรีย์ เอปสเตน มี "รายชื่อลูกค้า" หรือถูกฆาตกรรม นอกจากนี้ กรมตำรวจยังได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดในเรือนจำนาน 10 ชั่วโมงซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเข้าไปในห้องขังของเอปสเตนในวันที่เขาฆ่าตัวตาย
https://www.justice.gov/video-files/video1.mp4
🦋
แม้ว่าเจฟฟรีย์ เอปสเตน จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องราวอื้อฉาวของเขายังตามหลอกหลอนผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาพถ่ายของเอปสเตน แม็กซ์เวลล์ และเจ้าชายแอนดรูว์ ปรากฏตัวที่คลับมาร์-อา-ลาโกของโดนัลด์ ทรัมป์ ในฟลอริดา เมื่อปี 2543
🦋
ข้อมูลที่เปิดเผยในปี 2542 แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์กับเอปสเตน ซึ่งเป็นนายธนาคารเพื่อการลงทุนและนักการเงิน ได้รู้จักกันผ่านทางกิสเลน แม็กซ์เวลล์ (Ghislaine Maxwell) เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นบุตรสาวของโรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ (Robert Maxwell) เจ้าพ่อสื่อผู้ล่วงลับ
🦋
ประเด็นร้อนของราชวงศ์อังกฤษเกิดขึ้นในปี 2544 เมื่อเวอร์จิเนีย กิฟเฟร (Virginia Giuffre) กล่าวหาว่าเจ้าชายแอนดรูว์ล่วงละเมิดทางเพศเธอที่บ้านของแม็กซ์เวลล์ในย่านเบลเกรเวีย ลอนดอน และอีกสองครั้งที่บ้านของเอปสเตนในนิวยอร์ก และใน "งานเลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์" กับเอปสเตนและ "เด็กสาวอีกแปดคน" บนเกาะส่วนตัวของเขาในทะเลแคริบเบียนขณะเธออายุ 17 ปี
🦋
ในเอกสารทางกฎหมายที่ยื่นต่อศาลนิวยอร์ก เจ้าชายแอนดรูว์ปฏิเสธการเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเอปสเตน และได้รับการถอนออกจากคดีในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อปี 2558 รวมทั้งเอกสารลับที่เจ้าชายแอนดรูว์ดำรงตำแหน่งทูตการค้าก ็ยังคงถูกปิดผนึกเป็นความลับ
🦋
26 เมษายน 2568 เวอร์จิเนีย กิฟเฟร เสียชีวิตด้วยวัย 41 ปี โดยครอบครัวของเธอออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเธอได้ฆ่าตัวตายที่ฟาร์มของเธอในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
🦋
หลังจากกิฟเฟร เสียชีวิต เรื่องราวของเจ้าชายแอนดรูว์ก็เป็นไวรัลอีกครั้งเมื่อหนังสือชีวประวัติของเจ้าชายแอนดรูว์ ชื่อว่า Entitled: The Rise and Fall of the House of York โดย แอนดรูว์ โลว์นี่ (Andrew Lownie) ได้รับการตีพิมพ์ ในบทความอ้างว่าเจ้าชายแอนดรูว์และซาราห์ เฟอร์กูสัน อดีตภรรยา รู้จักกับเอปสเตนมานานก่อนปี 2542 ซึ่งเฟอร์กูสันเองก็เคยยอมรับว่ารับเงินจากเอปสเตนเพื่อชำระหนี้
🦋
เรื่องอื้อฉาวของเจ้าชายแอนดรูว์กลายเป็นกระแสวิจารณ์ไปทั่วโลก เมื่อข้อกล่าวหาของโลว์นี่ปรากฏในการสัมภาษณ์กับพอดแคสต์ “ Deep Dive: The Fall of the House of York ” ของเดลีเมล์ ซึ่งเป็นสื่อในสหราชอาณาจักร
🦋
โล ว์นี่ระบุว่า เจ้าชายแอนดรูว์เคยใช้วาระการเป็นตัวแทนของประเทศเสด็จพระราชดำเนินเยือนเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ไทย (ร.9) ในปี 2549 และซื้อบริการทางเพศจากโสเภณี 40 คน ภายในระยะเวลาสี่วันที่พำนักในประเทศไทย
🦋
พร้อมทั้งประเด็นใหม่ที่ถูกขุดคุ้ยย้อนไปในปี 2544-2554 ก็เกิดขึ้น โลว์นี่กล่าวว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 น่าจะทรงทราบเกี่ยวกับกิจกรรมยามว่างของพระโอรสที่พระองค์โปรดปรานในระหว่างเสด็จเยือนต่างประเทศ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ในประเทศไทยด้วย
🦋
การเดินทางมายังประเทศไทยครั้งนั้น เจ้าชายแอนดรูว์ได้ประทับอยู่ในโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในใจกลางกรุงเทพฯ
🦋
รายงานระบุว่าพระองค์ได้เข้าพักในห้องสวีทส่วนตัวและใช้พื้นที่ทั้งชั้นของโรงแรมด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม 2544 พระองค์ทรงใช้เวลาสองสัปดาห์พักผ่อนริมชายหาดกับกิสเลน แม็กซ์เวลล์ (ปัจจุบัน แม็กซ์เวลล์ถูกจำคุกถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในสหรัฐอเมริกาข้อหาค้ามนุษย์ จัดหาหญิงสาว และล่อลวงเด็กหญิงอายุเพียง 14 ปี ให้กับเอปสเตน เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อเดือนธันวาคม 2564)
🦋
นอกจากนี้ บันทึกความทรงจำหลังมรณกรรมของเวอร์จิเนีย กิฟเฟร ยังจุดประกายการตรวจสอบอีกครั้ง บันทึกของเธอได้เปิดเผยเรื่องราวที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกกับเอปสเตนเป็นเวลาหลายปี เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานที่มีอิทธิพลบางคนของเขา รวมถึงนักการเมืองและเชื้อพระวงศ์ที่มีชื่อเสียง
🦋
กิฟเฟร เป็นหนึ่งในเหยื่อที่กล้าเปิดเผยและออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองและเหยื่อรา ยอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและการค้ามนุษย์
🦋
ในปี 2564 กิฟเฟร ได้ยื่นฟ้องแพ่งเจ้าชายแอนดรูว์ต่อศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก โดยกล่าวหาว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศเธอถึงสามครั้งขณะที่เธออายุ 17 ปี และกล่าวหาว่าเอปสเตนและแม็กซ์เวลล์ บังคับให้เธอมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์
🦋
เธอให้การว่า เจ้าชายแอนดรูว์มี "เหงื่อออกท่วมตัวฉัน" ในคืนที่พวกเขามีเพศสัมพันธ์กัน ที่ไนท์คลับแห่งหนึ่งในลอนดอน แต่เจ้าชายแอนดรูว์อ้างว่าพระองค์เป็นโรคประหลาด “ไม่มีเหงื่อ” รวมทั้งในคืนที่อ้างพระองค์ทรงอยู่บ้านกับลูกๆ ตลอดทั้งคืน
🦋
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าชายแอนดรูว์จะปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาโดยตลอด แต่ครั้งนี้พระองค์ได้ยอมความในคดีแพ่งกับกิฟเฟรในปี 2565 ยอมจ่ายเงินหลายล้านปอนด์ โดยทางพระราชวังอ้างถึงข้อตกลงนี้ว่าเป็นความพยายามที่จะยุติเรื่องราว
🦋
ประชาชนจำนวนมากโกรธแค้น และตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของเจ้าชายแอนดรูว์ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษด้านการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนของสหราชอาณาจักรระหว่างปี 2544 - 2554 พระองค์ทรงใช้เงินภาษีของประชาชนในการเดินทางเพื่อ “หาเงินเข้ากระเป๋า” เล่นกอล์ฟ และ “ตามจีบผู้หญิง”
🦋
ในเดือนตุลาคม 2568 ได้มีอีเมลรั่วไหลออกมาใหม่ เผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์ กับเอปสเตน และกิฟเฟร เป็นผลให้เจ้าชายแอนดรูว์ออกมาประกาศสละตำแหน่งและพระเกียรติยศของพระองค์ในฐานะอัศวินแกรนด์ครอสแห่งราชบัลลังก์วิกตอเรีย อัศวินสหายแห่งราชบัลลังก์การ์เตอร์ และตำแหน่งดยุกแห่งยอร์ก เหลือเพียงพระอิสริยยศเจ้าชายเท่านั้น
🦋
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยก่อนที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะดำเนิน การขั้นเด็ดขาดต่อพระอนุชา 30 ตุลาคม 2568 พระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์ว่า ได้ถอดพระอิสริยยศเจ้าชายแอนดรูว์ออกจากตำแหน่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ โดยให้ใช้นามว่า “แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน วินด์เซอร์” (Andrew Mountbatten Windsor) และพระองค์ยังทรงมีพระบรมราชโองการให้แอนดรูว์ออกจากราชบัลลังก์รอยัลลอดจ์ ซึ่งเป็นที่ประทับของเขาในวินด์เซอร์มานานกว่า 20 ปี
🦋
ซาราห์ เฟอร์กูสัน อดีตภรรยา ซึ่งเป็นอดีตดัชเชสแห่งยอร์ก ก็สูญเสียบรรดาศักดิ์เช่นกัน ส่วนพระราชธิดาทั้งสองพระองค์ คือ เจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงเออเฌนี ยังคงดำรงตำแหน่งราชวงศ์ต่อไป
🦋
กลับมาที่กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเหยื่อเพิ่มเติมอีก เพราะเอปสเตนได้ทำร้ายเหยื่อมากกว่าหนึ่งพันคน และแต่ละคนไ ด้รับบาดแผลทางจิตใจที่แตกต่างกัน การเปิดเผยข้อมูลที่กระทบต่อเหยื่อเหล่านั้น เท่ากับเป็นการซ้ำเติมเหยื่อ
🦋
รายงานนี้สร้างความไม่พอใจในสังคมทันที โดยเฉพาะทางออนไลน์ รวมทั้งอีลอน มัสก์ อดีตพันธมิตรของทรัมป์ ซึ่งเคยโพสต์วิดีโอทรัมป์ในงานปาร์ตี้กับเอปสเตน
🦋
"คนเราจะศรัทธาในตัวทรัมป์ได้อย่างไร หากเขาไม่ยอมเปิดเผยไฟล์ของเอปสเตน?"
อีลอน มัสก์ ตั้งคำถามใน X เมื่อกรกฎาคม 2568
🦋
ประเด็นเอปสเตนกลายเป็นบททดสอบเชิงสัญลักษณ์สำหรับฐานเสียงฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางส่วนของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เชื่อในสัญญาของทรัมป์ ว่าจะรักษาความโปร่งใสอย่างเต็มที่
🦋
มีเสียงเรียกร้องหลายครั้งให้ปลดอัยการสูงสุดแพม บอนดี (Pam Bondi) ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยทรัมป์ เกี่ยวกับการปกปิด "รายชื ่อลูกค้า" ของเอปสเตนที่เป็นข่าวลือมานาน แฟ้มลับนี้ได้จุดชนวนให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิก Make America Great Again และความแตกแยกที่ขยายวงกว้างขึ้นภายในขบวนการ MAGA
🦋
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตกดดันกระทรวงยุติธรรมให้เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนผู้สมรู้ร่วมคิดของเอปสเตน และประณามความล้มเหลวของกระทรวงยุติธรรมและFBI ในการสืบสวนคดีว่าเป็นการทรยศต่อผู้รอดชีวิตกว่า 1,000 คนจากเครือข่ายค้ามนุษย์ทางเพศระหว่างประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
🦋
ส.ส. โทมัส แมสซี สมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐเคนตักกี้ เรียกร้องให้สภาลงมติเพื่อเปิดเผยเอกสารของเอปสเตน ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงผู้ต้องสงสัยร่วมสมคบคิด 20 ราย
🦋
โดย ส.ส.แมสซี ระบุว่าบุคคลที่มีชื่อเสียงได้แก่ โปรดิวเซอร์ฮอลลีวูดที่มีทรัพย์สินหลายร้อยล้านดอลลาร์ เจ้าชายห นึ่งพระองค์ บุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการเพลงคนหนึ่ง นายธนาคารผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เจ้าหน้าที่รัฐที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง อดีตนักการเมืองที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์ในอิตาลีคนหนึ่ง ร็อกสตาร์คนหนึ่ง นักมายากลคนหนึ่ง และมหาเศรษฐีอย่างน้อย 6 ราย รวมถึงมหาเศรษฐีจากแคนาดาด้วย
🦋
คดีเอปสเตนกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทรัมป์ ทั้งประชาชนทั่วไปและนักการเมืองต่างเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผย "แฟ้มเอปสเตน" ฉบับเต็ม (แฟ้มบางส่วนสามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ แต่หลายส่วนถูกแก้ไข)
🦋
ทรัมป์เป็นเพื่อนกับเอปสเตนมานาน มีรูปถ่ายและวิดีโอมากมายที่ยืนยันเรื่องนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารนิวยอร์ก เมื่อปี 2545 ทรัมป์กล่าวถึงเอปสเตนว่า "เป็นคนดีมาก" และกล่าวว่า "เขา เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกมาก มีคนบอกว่าเขาชอบผู้หญิงสวยๆ เหมือนกับผม และหลายคนก็อายุน้อยกว่าด้วย"
🦋
เมื่อปี 2566 ทรัมป์เองก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศนักเขียน อี. จีน คาร์โรลล์ ในปี 2539 และพยายามที่จะแยกตัวออกจากเรื่องของเอปสเตนทั้งหมด ทั้งที่ทรัมป์เองก็ให้คำมั่นสัญญาในตอนหาเสียงว่าจะเปิดเผยเอกสารทั้งหมดของเอปสเตน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นที่สุดของเขาบางส่วน ซึ่งเป็นสมาชิกของขบวนการ MAGA รู้สึกโกรธแค้นที่เขาไม่ทำเช่นนั้น
🦋
แต่สิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกดำเนินการคือ ไล่ฟ้องสื่อที่ลงข่าว :
♦️ฟ้องนิวยอร์กไทมส์ โดยระบุชื่อนักข่าว 4 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทเป็นมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้สร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์ จากการตีพิมพ์โน้ตที่มีลายเซ็ นของเขา ซึ่งปรากฏใน "สมุดอวยพรวันเกิด" ของเจฟฟรีย์ เอปสเตน โน้ตดังกล่าวมีเนื้อหาส่อไปในเชิงอนาจาร ทำให้เกิดการถกเถียงกันอีกครั้งว่าประธานาธิบดีรู้มากแค่ไหนเกี่ยวกับพฤติกรรมอาชญากรรมของเอปสเตน
♦️ฟ้องวอลล์สตรีทเจอร์นัล ข้อหาหมิ่นประมาทเป็นมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบทความที่เชื่อมโยงเขากับเอปสเตน บทความระบุถึงจดหมายที่มีลายเซ็นของทรัมป์ซึ่งถูกเก็บอยู่ในหนังสือที่มอบให้เนื่องในโอกาสวันเกิดครบรอบ 50 ปีของเอปสเตน มีรายงานว่าจดหมายจากทรัมป์ฉบับนั้น มีโครงร่างภาพของผู้หญิงเปลือยกาย พร้อมข้อความว่า "เพื่อนเป็นสิ่งที่วิเศษ สุขสันต์วันเกิด และขอให้ทุกวันเป็นความลับอันวิเศษอีกครั้ง"
♦️ฟ้องเครือข่ายโทรทัศน์ ABC และ CBS ซึ่งทั้งสองเครือข่ายได้ยอมความกับประธานาธิบดีเป็นเงินหลา ยล้านดอลลาร์
.
และล่าสุดทรัมป์ขู่จะฟ้อง BBC มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ แม้จะไม่ใช่ประเด็นความสัมพันธ์ที่อื้อฉาวกับเจฟฟรีย์ เอปสเตน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงวิธีการแก้ปัญหาตามทัศนคติของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้นี้.
เครดิต : https://www.blockdit.com/posts/691364945c26efd03d736d7e



































































