เตือน..ส่งของแล้วมีปัญหา
ยาวหน่อย แต่อ่านเถอะ....
เรื่องมันมีอยู่ว่า เราส่งของให้แม่ 5 ชิ้น ผ้าม่านหน้าต่าง 3 ผืน และธงชาติ 2 ผืน พนักงานส่งของเข้าไปส่งบอกมีเก็บเงินปลายทาง 295 บาท แม่ก็โทรมาบอกเราว่ามีเก็บเงินและบอกว่าซองได้เเกะมาแล้ว เราก็คุยกับพนักงาน และบอกว่าให้เชคในซองว่ามีอะไรบ้าง มีธงชาติมั๊ย พนักงานแจ้งว่าเป็นผ้าม่าน ไม่มีธงชาติ เราก็เลยบอกว่าให้ตีกลับไปเพราะไม่ใช่ของเรา และเราก็เชคเลข ในวันนั้นมันขึ้นว่าสินค้ายังไม่ถึง..(วันศุกร์)
และอีกวัน วันเสาร์ ตอนเช้า เราเข้าไปเชค มันขึ้นว่า ส่งเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน เราก็เลยโทรถามแม่ว่าได้รับหรือยัง ที่บ้านบอกยังไม่ได้รับเลย เราก็เลยโทรไปที่สาขา ที่ให้ไว้ 2 เบอร์ โทรไม่ติดเลย มีแต่ข้อความเสียงไว้ ก็เลยโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ แจ้งรายละเอียดที่เล่ามาทั้งหมด แล้วไม่ถึง 10 นาที แม่ก็โทรกลับมาบอกว่าพนักงานจะเข้ามาส่งของ สินค้าครบ 5 ชิ้น ซึ่งมันคือเลขที่ส่งตรงกันเลยกับของเมื่อวาน เราก็เลยโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์เพื่อร้องเรียนอีกรอบ คอลเซ็นเตอร์บอกอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกัน จะตรวจสอบให้ เราบอกว่า มันไม่ใช่การเข้าใจผิด มันคือมิจฉาชีพ โกง และขโมย เราจะเอาเรื่องนี้ไปลงในกลุ่มจังหวัดเพื่อให้ทุกคนระวัง ซื้อของและส่งให้แม่ เอง ไม่ได้ซื้อของออนไลน์ ทำแบบนี้ 10 บ้านเป็นเงินเท่าไหร่แล้ว และต้องเคยทำแบบนี้มาหลายครั้ง คนแก่ที่อยู่บ้าน อาจจะจ่ายให้มิจฉาชีพได้ง่ายๆ ระวังกันด้วยนะทุกคน...
ขอบคุณที่อ่านจบ...#มิจฉาชีพออนไลน์ #เก็บเงินปลายทาง #มิจฉาชีพ #โกงออนไลน์ #โกง
ถ้าใครใช้ไปรษณีย์ไทยบ่อยๆ โดยเฉพาะส่งของให้พ่อแม่/ผู้สูงอายุ เราว่าควร “กันพลาด” ไว้ก่อน เพราะเคสที่เจอคือถูกเรียกเก็บเงินปลายทางทั้งที่เราไม่ได้ทำ COD และยังมีจุดชวนสงสัยเรื่องซองถูกแกะอีกด้วย เลยสรุปเป็นแนวทางรับมือแบบที่เราทำ (และอยากให้ทุกคนทำตั้งแต่รอบแรก) 1) ก่อนส่ง/ก่อนให้คนรับจ่ายเงิน: ยืนยันให้ชัดว่าเราส่งแบบไหน - ถ้าไม่ได้เก็บเงินปลายทาง ให้บอกคนรับไว้ล่วงหน้าเลยว่า “ห้ามจ่ายเงินปลายทางทุกกรณี” ถ้ามีคนมาเรียกเก็บให้ปฏิเสธ และโทรหาเราก่อน - ส่งเลขพัสดุให้คนรับเก็บไว้ และให้ดูชื่อผู้ส่ง/ปลายทางบนกล่องหรือซองทุกครั้ง 2) ตอนพนักงานมาส่ง: เช็กสภาพพัสดุก่อนเซ็นรับ - ถ้าเห็นรอยแกะ รอยเปิดซอง เทปแปะซ้ำ หรือกล่องบุบผิดปกติ ให้ถ่ายรูป/ถ่ายวิดีโอตั้งแต่ก่อนเปิดทันที - ขอให้พนักงานรอระหว่างตรวจของด้านใน (อย่างน้อยเช็กจำนวนชิ้นให้ครบ เช่น 5 ชิ้นตามที่เราส่ง) ถ้าไม่ครบหรือไม่ใช่ของเราให้ปฏิเสธรับ 3) เช็กสถานะพัสดุให้ละเอียด ไม่ดูแค่ว่า “ส่งสำเร็จ” - แนะนำให้ดูเวลาและจุดนำจ่าย (บางครั้งสถานะอัปเดตคลาดเคลื่อน) ถ้าขึ้นว่าส่งแล้วแต่บ้านยังไม่ได้รับ ให้รีบโทรแจ้งทันที - ถ้าในมือมีหลักฐานการฝากส่ง/ใบเสร็จรับเงิน (ของเรามีลักษณะเป็นใบเสร็จย่อ ระบุวันที่และน้ำหนักพัสดุ เช่น 0.60 กก. และยอดค่าจัดส่ง) เก็บไว้ให้ครบ เพราะช่วยยืนยันรายการได้เร็วมาก 4) ถ้าเจอเรียกเก็บเงินปลายทางผิดปกติ/สงสัยโดนสวมรอย ต้องทำอะไรบ้าง - โทรคอลเซ็นเตอร์และแจ้ง “เลขพัสดุ + วันเวลาที่มีคนนำจ่าย + มีการเรียกเก็บเงินปลายทางทั้งที่ไม่ได้ทำ” - ขอให้เปิดเคสตรวจสอบ และขอเลขอ้างอิงเรื่องร้องเรียนไว้ทุกครั้ง - ถ้าโทรสาขาไม่ติด ให้ใช้ช่องทางคอลเซ็นเตอร์เป็นหลัก แล้วตามเรื่องด้วยเลขเคส 5) วิธีป้องกันที่เราใช้กับบ้านที่มีผู้สูงอายุ - ทำโพยติดหน้าบ้าน/ข้างโทรศัพท์ว่า “พัสดุนี้ไม่เก็บเงินปลายทาง ห้ามจ่าย โทรหาลูกก่อน” - ถ้าต้องสั่ง/ส่งของบ่อยๆ เลือกวิธีชำระล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงให้ผู้สูงอายุเป็นคนจ่ายหน้างาน สุดท้าย ถ้าเจอเหตุการณ์คล้ายเรา อย่าคิดว่าเป็นแค่ “เข้าใจผิด” อย่างเดียว ให้รีบเก็บหลักฐาน (รูปซอง/กล่อง สลิป ใบเสร็จรับเงินอย่างย่อ เลขพัสดุ และเวลาหน้าบ้านถ้ามีกล้อง) แล้วแจ้งเรื่องกับไปรษณีย์ไทยให้เร็วที่สุด จะช่วยปิดช่องโหว่และป้องกันไม่ให้เกิดกับบ้านอื่นๆ ได้ค่ะ
