Leptospirosis (โรคฉี่หนู)
จากน้ำท่วมขังสู่ภาวะไตวาย เลือดออกในปอด และการล้มเหลวของหลายอวัยวะ
ในทุกฤดูฝน เรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรคฉี่หนู
หลายคนมองว่าเป็นเพียงโรคติดเชื้อที่ทำให้มีไข้
แต่ในความเป็นจริง
Leptospirosis เป็นโรคที่สามารถพัฒนาไปสู่
● Acute Kidney Injury
● Pulmonary Hemorrhage
● Septic Shock
● Multi-organ Failure
และคร่าชีวิตผู้ป่วยได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
สำหรับพยาบาล การเข้าใจพยาธิสภาพของโรคนี้ไม่ใช่เพียงการรู้ว่าเชื้อมาจากไหน
แ ต่คือการเข้าใจว่าทำไมผู้ป่วยคนหนึ่งจึงเริ่มจากไข้และปวดน่อง
ก่อนจะกลายเป็นผู้ป่วยวิกฤตใน ICU
Leptospirosis คืออะไร?
Leptospirosis เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย
Leptospira interrogans
ซึ่งเป็นแบคทีเรียรูปร่างเกลียว (Spirochete)
เชื้อพบในปัสสาวะของสัตว์หลายชนิด เช่น
🐀 หนู
🐄 วัว
🐕 สุนัข
🐖 สุกร
โดยเฉพาะหนู ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคสำคัญ
เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?
เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่าน
● บาดแผลที่ผิวหนัง
● รอยถลอกเล็ก ๆ
● เยื่อบุตา
● เยื่อบุจมูก
● เยื่อบุช่องปาก
หลังสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์
จึงพบโรคได้บ่อยใน
● เกษตรกร
● ชาวนา
● ผู้ลุยน้ำท่วม
● ผู้ทำงานกลางแจ้ง
จุดเริ่มต้นของโรค : Leptospiremia
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
จะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว
เกิดระยะ
Leptospiremia
เชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย
ทั้ง
● ตับ
● ไต
● ปอด
● สมอง
● หัวใจ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรคนี้จึงส่งผลต่อหลายระบบพร้อมกัน
ทำไมผู้ป่วยจึงมีไข้สูงและปวดน่อง?
เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
ร่างกายตอบสนองด้วยการหลั่ง
● IL-1
● IL-6
● TNF-α
เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย
ผู้ป่วยจึงมีอาการ
🌡️ ไข้สูง
🤕 ปวดศีรษะ
💪 ปวดกล้ามเนื้อ
โดยเฉพาะ
“ปวดน่อง”
ซึ่งถือเป็นอาการเด่นที่ควรนึกถึง Leptospirosis เสมอ
ผลกระทบต่อระบบหลอดเลือด
เชื้อทำลาย Endothelial Cell
ซึ่งเป็นผนังด้านในของหลอดเลือด
เกิด
Vasculitis
และ
Capillary Leak
ส่งผลให้
● พลาสมารั่วออกนอกหลอดเลือด
● ความดันโลหิตลดลง
● การไหลเวียนเลือดผิดปกติ
ในรายรุนแรง
อาจเกิด Septic Shock ได้
ผลกระทบต่อไต : อวัยวะที่ได้รับผลกระทบเด่ นที่สุด
Leptospira มีความชอบต่อเนื้อเยื่อไต
เชื้อจะสะสมใน
Renal Tubule
ทำให้เกิด
Tubulointerstitial Nephritis
ส่งผลให้
🩺 ปัสสาวะน้อยลง
🩺 Creatinine สูงขึ้น
🩺 Electrolyte ผิดปกติ
ผู้ป่วยอาจเกิด
Acute Kidney Injury (AKI)
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต
ผลกระทบต่อตับ
เชื้อทำให้เกิด
Hepatocellular Injury
ผู้ป่วยจึงมี
🟡 ตัวเหลือง
🟡 ตาเหลือง
🟡 Bilirubin สูง
แม้ค่าการทำงานของตับอาจเพิ่มขึ้นไม่มาก
ภาวะนี้เรียกว่า
Weil’s Disease
ซึ่งเป็นรูปแบบรุนแรงของ Leptospirosis
ผลกระทบต่อปอด
นี่คือภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุด
เชื้อทำให้เกิด
Pulmonary Capillary Damage
เลือดรั่วเข้าสู่ถุงลม
เกิด
🫁 Pulmonary Hemorrhage
ผู้ป่วยจะมี
● ไอเป็นเลือด
● หอบเหนื่อย
● SpO₂ ลดลง
และอาจพัฒนาเป็น
ARDS
ภายในเวลาอันรวดเร็ว
ผลกระทบต่อหัวใจ
การอักเสบจากเชื้ออาจทำให้เ กิด
Myocarditis
และ
Arrhythmia
พบได้ เช่น
● Atrial Fibrillation
● Bradycardia
● Heart Block
พยาบาลจึงต้องเฝ้าระวัง ECG อย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท
เชื้อสามารถผ่านเข้าสู่ระบบประสาทได้
ทำให้เกิด
● Aseptic Meningitis
● Encephalopathy
ผู้ป่วยอาจมีอาการ
🧠 สับสน
🧠 ซึมลง
🧠 ชัก
🧠 ระดับความรู้สึกตัวลดลง
การวินิจฉัย
อาศัย
✅ ประวัติสัมผัสน้ำหรือดิน
✅ ไข้ร่วมกับปวดน่อง
✅ CBC
✅ Creatinine
✅ Liver Function Test
✅ Leptospira Serology
✅ PCR
การรักษา
ยาปฏิชีวนะที่ใช้ ได้แก่
💊 Doxycycline
💊 Penicillin G
💊 Ceftriaxone
ในรายรุนแรง
อาจต้อง
● ให้สารน้ำ
● ใช้ Vasopressor
● ฟอกไต
● ใส่เครื่องช่วยหายใจ
บทบาทสำคัญของพยาบาล
การประเมิน
ติดตาม
● Vital Signs
● Urine Output
● Mental Status
● Respiratory Status
อย่างใกล้ชิด
การเฝ้าระวัง AKI
ติดตาม
● ปริมาณปัสสาวะ
● Creatinine
● Electrolyte
เพราะไตเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบเด่นที่สุด
การเฝ้าระวังภาวะเลือดออกในปอด
สังเกต
● ไอเป็นเลือด
● SpO₂ ลดลง
● หอบเหนื่อยเพิ่มขึ้น
เพราะอาจเป็นสัญญาณของ Pulmonary Hemorrhage
การดูแลระบบไหลเวียนเลือด
ประเมิน
● MAP
● Capillary Refill
● Lactate
เพื่อเฝ้าระวังภาวะ Shock
การให้ความรู้ผู้ป่วย
● สวมรองเท้าบูทเมื่อลงน้ำ
● หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำสกปรก
● ดูแลบาดแผลให้มิดชิด
สิ่งที่พยาบาลควรจดจำ
Leptospirosis ไม่ใช่เพียงโรคติดเชื้อจากปัสสาวะหนู
แต่เป็นโรคที่เริ่มต้นจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย
และสามารถทำลาย
🫁 ปอด
🩺 ไต
🟡 ตับ
❤️ หัวใจ
🧠 สมอง
ได้พร้อมกัน
จากผู้ป่วยที่มีเพียงไข้และปวดน่องในวันแรก
อาจกลายเป็นผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในอีกไม่กี่วันต่อมา
ดังนั้นการซักประวัติที่ละเอียด
การสงสัยโรคตั้งแต่ระยะแรก
และการพยาบาลที่รวดเร็ว
อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต
เพราะใน Leptospirosis
การวินิจฉัยเร็ว ไม่ได้ช่วยแค่รักษาโรค
แต่ช่วยปกป้องทุกอวัยวะในร่างกายก่อนที่จะสายเกินไป




























































