Empyema Thoracis
เมื่อ “น้ำในเยื่อหุ้มปอด” เปลี่ยนเป็น “หนอง” และทุกลมหายใจเริ่มถูกคุกคาม
ผู้ป่วยเริ่มต้นด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บหน้าอก และหอบเหนื่อยจากปอดอักเสบ
หลายรายได้รับยาปฏิชีวนะแล้วอาการดีขึ้น
แต่บางรายกลับหายใจลำบากมากขึ้น ไข้ไม่ลด และภาพเอกซเรย์พบของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอด
เมื่อตรวจดูดของเหลวออกมา…
กลับพบว่าไม่ใช่น้ำธร รมดา
แต่คือ “หนอง”
ภาวะนี้เรียกว่า Empyema Thoracis
โรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการอักเสบที่ทำให้ปอดถูกกดเบียด การแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง และอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษา
Empyema Thoracis คืออะไร?
Empyema Thoracis คือ
การมีหนองสะสมอยู่ในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural Space)
มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลุกลามจาก
🫁 Pneumonia (สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด)
หรือเกิดจาก
● Lung Abscess
● Thoracic Surgery
● Chest Trauma
● Esophageal Rupture
จุดเริ่มต้นของโรค
เมื่อเกิดการติดเชื้อที่ปอด
เชื้อและสารอักเสบกระตุ้นให้หลอดเลือดฝอยในเยื่อหุ้มปอดมีความสามารถในการซึมผ่านเพิ่มขึ้น
เกิดของเหลวสะสมในช่องเยื่อหุ้มปอด
เรียกว่า Parapneumonic Effusion
หากการติดเชื้อยังดำเนินต่อไป
เม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะ Neutrophils จะเคลื่อนเข้าสู่ช่องเ ยื่อหุ้มปอดเพื่อกำจัดเชื้อ
เมื่อเม็ดเลือดขาวตายร่วมกับแบคทีเรียและเศษเซลล์
จะเกิดเป็น หนอง (Pus)
นี่คือจุดเริ่มต้นของ Empyema
3 ระยะของ Empyema
1. Exudative Stage
ของเหลวเริ่มสะสม
ยังไม่มีหนองมาก
การระบายของเหลวและให้ยาปฏิชีวนะมักได้ผลดี
2. Fibrinopurulent Stage
เกิดการสร้าง Fibrin
เกิดพังผืดแบ่งหนองออกเป็นหลายช่อง (Loculation)
การระบายหนองทำได้ยากขึ้น
3. Organizing Stage
Fibroblast สร้างพังผืดหนาหุ้มปอด
เกิด Pleural Peel
ปอดขยายตัวไม่ได้
เรียกว่า Trapped Lung
ผู้ป่วยมักต้องได้รับการผ่าตัด Decortication
ผลกระทบต่อระบบหายใจ
เมื่อหนองสะสมมากขึ้น
จะกดเบียดเนื้อปอด
ทำให้
🫁 Lung Expansion ลดลง
🫁 Functional Residual Capacity ลดลง
🫁 Compliance ของปอดลดลง
ถุงลมบางส่วนแฟบ (Atelectasis)
เกิด Ventilation–Perfusion Mismatch (V/Q Mismatch)
ผู้ป่วยจึงมี
● หายใจเร็ว
● หอบเหนื่อย
● SpO ₂ ลดลง
● เจ็บหน้าอกเวลา หายใจเข้า (Pleuritic Chest Pain)
หากไม่ได้รักษา อาจเกิด Respiratory Failure ได้
ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
เมื่อออกซิเจนในเลือดลดลง
หัวใจต้องเพิ่มการสูบฉีด
เกิด Tachycardia
หากการติดเชื้อรุนแรง
อาจเกิด
● Sepsis
● Vasodilation
● Hypotension
● Septic Shock
ผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน
เชื้อแบคทีเรียกระตุ้นการหลั่ง Cytokines เช่น
● TNF-α
● IL-1
● IL-6
ทำให้เกิดไข้สูง หนาวสั่น และการอักเสบทั่วร่างกาย
หากควบคุมเชื้อไม่ได้ อาจเกิด Multi-organ Dysfunction ได้
ผลกระทบต่อระบบไต
ภาวะ Hypotension และ Sepsis ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง
เกิด Acute Kidney Injury (AKI)
จึงต้องติดตาม Urine Output และค่า Creatinine อย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ
ผู้ป่วยมักมี
● ไข้สูง
● Catabolic State
● Albumin ต่ำ
● เบื่ออาหาร
ส่งผลให้แผลหายช้า ภูมิคุ้มกันลดลง แล ะเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ
การวินิจฉัย
ควรสงสัย Empyema ในผู้ป่วย Pneumonia ที่อาการไม่ดีขึ้นหลังได้รับยาปฏิชีวนะ
การตรวจที่สำคัญ ได้แก่
✅ Chest X-ray
✅ Ultrasound Thorax
✅ CT Chest
✅ Thoracentesis
ผลตรวจน้ำในเยื่อหุ้มปอดที่สนับสนุน Empyema
● ลักษณะเป็นหนอง
● pH < 7.2
● Glucose ต่ำ
● LDH สูง
● Gram stain หรือ Culture ให้ผลบวก
หลักการรักษา
1. Antibiotic
ให้ยาครอบคลุมเชื้อที่เป็นสาเหตุ และปรับตามผลเพาะเชื้อ
2. Drainage
ใส่ Intercostal Chest Drain (ICD) เพื่อระบายหนอง
หากมี Loculation อาจให้ยาละลายพังผืดในช่องเยื่อหุ้มปอดตามข้อบ่งชี้
3. Surgery
ในรายที่เกิด Pleural Peel หรือระบายหนองไม่ได้
อาจต้องผ่าตัด VATS หรือ Decortication
บทบาทสำคัญของพยาบาล
ประเมินระบบหายใจ
ติดตาม
● RR
● SpO₂
● Breath Sounds
● Work of Breathing
เพื่อประเมินการแลกเปลี่ยนก๊าซ
ดูแลสายระบายทรวงอก (Chest Tube)
● ตรวจตำแหน่งสาย
● ประเมินสีและปริมาณสิ่งระบาย
● ตรวจระบบ Water Seal และ Suction
● เฝ้าระวัง Air Leak และการอุดตันของสาย
เฝ้าระวังการติดเชื้อ
ติดตาม
● Temperature
● WBC
● CRP/Procalcitonin (ถ้ามี)
● อาการของ Sepsis
ส่งเสริมการขยายตัวของปอด
● จัดท่า High Fowler’s
● กระตุ้น Deep Breathing
● Incentive Spirometry
● Early Ambulation เมื่ออาการคงที่
การควบคุมอาการปวด
อาการเจ็บหน้าอกจากสายระบายหรือการอักเสบ ทำให้ผู้ป่วยหายใจตื้น
การบรรเทาปวดอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยไอ ขับเสมหะ และหายใจลึกได้ดีขึ้น
ดูแลด้านโภชนาการ
สนับสนุนอาหารโปรตีนและพลังงานเพียงพอ เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
สิ่งที่พยาบาลควรจดจำ
Empyema Thoracis ไม่ใช่เพียง “หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด”
แต่คือภาวะที่การอักเสบทำใ ห้ปอดถูกกดเบียด การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง และหากควบคุมการติดเชื้อไม่ได้ อาจลุกลามเป็น Sepsis และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ
การประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียด
การดูแลสายระบายทรวงอกอย่างถูกต้อง
การเฝ้าระวังการหายใจและการติดเชื้อ
รวมถึงการส่งเสริมให้ปอดกลับมาขยายตัว
คือหัวใจสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Empyema
เพราะในโรคนี้…
“การระบายหนองออกจากช่องเยื่อหุ้มปอด ไม่ได้เป็นเพียงการเอาของเสียออกจากร่างกาย แต่คือการคืนพื้นที่ให้ปอดกลับมาขยายตัว และคืนทุกลมหายใจให้กับผู้ป่วยอีกครั้ง”
#nursingknowledge













