ลูกชอบแลบลิ้น ทำไมช่วงนี้ถึงทำบ่อยจัง? 👅👶🏻ตอนฟีบัสประมาณ 4 เดือน หม่ามี้เริ่มสังเกตว่าเขาชอบเอาลิ้นออก
ลูกชอบแลบลิ้น ทำไมช่วงนี้ถึงทำบ่อยจัง? 👅👶🏻
ตอนฟีบัสประมาณ 4 เดือน หม่ามี้เริ่มสังเกตว่าเขาชอบเอาลิ้นออกมาเล่นบ่อยขึ้น
บางครั้งก็แลบลิ้นเฉย ๆ
บางครั้งขยับลิ้นไปมา
บางครั้งเอามือเข้าปากแล้วเหมือนกำลังสำรวจอะไรอยู่ข้างใน
บางทีก็ทำเสียงไปด้วย เหมือนกำลังทดล องอะไรบางอย่างกับปากตัวเอง 😆
แล้วหม่ามี้ก็สงสัยว่า…
“เด็กวัยนี้รู้แล้วเหรอว่าตัวเองมีลิ้น?”
จริง ๆ แล้วคำตอบไม่ได้ตรงไปตรงมาว่า
“เด็ก 4 เดือนรู้จักลิ้นแล้ว”
เพราะเราไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กวัยนี้มีความเข้าใจเชิงความคิดแบบผู้ใหญ่ว่า “นี่คือลิ้นของฉัน”
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดกว่าคือ…
เขากำลัง สำรวจช่องปากและเรียนรู้การควบคุมลิ้นของตัวเอง 👅🧠
และช่วงประมาณ 3–4 เดือนก็เป็นช่วงที่การเคลื่อนไหวของลิ้นเริ่มเปลี่ยนจากการทำงานเพื่อดูดนมเป็นหลัก ไปสู่การเคลื่อนไหวที่หลากหลายและควบคุมได้มากขึ้น
เพราะตอนแรกเกิด ลิ้นของทารกมีหน้าที่สำคัญมากในการดูดและกลืน
การดูดนมไม่ได้เกิดจากลิ้นอย่างเดียว แต่เป็นการทำงานประสานกันของลิ้น ริมฝีปาก ขากรรไกร เพดานปาก การกลืน และการหายใจ
แต่เมื่อโตขึ้น ระบบประสาทและกล้ามเนื้อเริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวได้ละเอียดขึ้น
ลิ้นจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่ “ช่วยกินนม”
แต่เริ่มมีการขยับขึ้น ลง และเคลื่อนไหวอย่างมีความหลากหลายมากขึ้นด้วย 👅✨
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ช่วงวัยประมาณ 4 เดือน เราอาจเห็นลูก
👅 แลบลิ้น
👅 ขยับลิ้นไปมา
👄 ทำปากจุ๊บ ๆ
💦 น้ำลายเยอะขึ้น
🤲 เอามือเข้าปาก
🗣️ ทำเสียงอูอาและเสียงแปลก ๆ
😊 มองหน้าเราแล้วทำปากตามหรือเล่นกับการเคลื่อนไหวของปาก
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า “ลูกกำลังฝึกพูด” โดยตรงนะคะ
แต่เป็นส่วนหนึ่งของการที่เด็กกำลังเรียนรู้ว่า
“ถ้าฉันขยับปากแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้น?”
“ถ้าฉันขยับลิ้นแบบนี้ ความรู้สึกเป็นอย่างไร?”
“ถ้าฉันทำเสียงแบบนี้ ป่าปี้กับหม่ามี้จะหันมามองไหม?” 🥹
ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะการเล่นกับปากไม่ได้มีแค่เรื่องกล้ามเนื้อ
แต่มันเชื่อมกับ การเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส ด้วย
เด็กวัยนี้เรียนรู้โลกผ่านการมอง ฟัง สัมผัส และเอาสิ่งต่าง ๆ เข้าปาก
การเอามือเข้าปากจึงไม่ได้แปลว่าหิวเสมอไป
ในวัย 4 เดือน การเอามือเข้าปากเป็นหนึ่งในพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่พบได้ตามวัย และการให้เด็กได้สำรวจสิ่งของที่ปลอดภัยด้วยปากก็เป็นวิธีหนึ่งที่เด็กใช้เรียนรู้คุณสมบัติของสิ่งรอบตัว
ดังนั้นถ้าฟีบัสเอามือเข้าปากแล้วตามด้วยการเล่นลิ้ น หม่ามี้ไม่จำเป็นต้องรีบดึงมือออกทุกครั้ง
ขอแค่สิ่งที่เขาเอาเข้าปากนั้นปลอดภัย ไม่ร้อน ไม่แหลม และไม่ใช่ของชิ้นเล็กที่เสี่ยงติดคอ ก็ปล่อยให้เขาสำรวจได้ค่ะ 👶🏻🤲🏻👄
เพราะการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดจากการที่ผู้ใหญ่สอนทุกอย่าง
หลายอย่างเกิดจากการที่เด็กได้ลองใช้ร่างกายตัวเองซ้ำ ๆ
และการเล่นลิ้นก็เป็นหนึ่งในนั้น
อีกอย่างที่หม่ามี้รู้สึกว่าน่ารักมากคือ…
ช่องปากไม่ได้มีไว้แค่สำหรับกิน
แต่มันกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารด้วย 🥹🗣️
ช่วงประมาณ 4 เดือน เด็กจำนวนมากเริ่มทำเสียงอย่าง “อู” “อา” และเริ่มทำเสียงตอบกลับเมื่อผู้ใหญ่พูดด้วย
เวลาหม่ามี้พูดกับฟีบัสแล้วเขาทำเสียงกลับมา หรือขยับปาก ขยับลิ้น แล้วเหมือนรอให้หม่ามี้ตอบกลับ
นั่นคือการเริ่มต้นของสิ่งที่สำคัญมากกว่า “การพูดเป็นคำ”
มันคือ การผลัดกันสื่อสาร
หม่ามี้พูด
ฟีบัสตอบ
หม่ามี้ตอบกลับ
ฟีบัสส่งเสียงอีกครั้ง
เด็กกำลังเรียนรู้ว่า
“เสียงของฉันมีผลกับคนตรงหน้า”
และการตอบสนองที่อบอุ่นของผู้ใหญ่ก็ช่วยสร้างประสบการณ์การสื่อสารแบบไป–กลับที่สำคัญต่อพัฒนาการด้านภาษาและสังคมในระยะยาว 🥰
ส่วนเรื่อง “ลิ้นช่วยพูด” ก็ต้องแยกให้ออกนิดหนึ่ง
ลิ้นมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเสียงและการพูดในอนาคตจริง
แต่การที่เด็กวัย 4 เดือนแลบลิ้น ไม่ได้แปลว่าเขากำลังฝึกพูดโดยตรง และเราไม่ควรเอาการแลบลิ้นมาใช้เป็นตัวชี้วัดว่าพ ัฒนาการด้านภาษาดีหรือไม่ดี
สิ่งที่เหมาะกับวัยนี้กว่าคือดูภาพรวมว่า
ลูกเริ่มทำเสียงหรือไม่
เริ่มส่งเสียงตอบกลับเมื่อเราพูดหรือไม่
หันหาเสียงของคนที่พูดด้วยหรือไม่
สนใจใบหน้าและปฏิสัมพันธ์หรือไม่
และมีการเคลื่อนไหวตามวัยโดยรวมอย่างไร
เพราะพัฒนาการของเด็กไม่ได้เดินทีละช่องแบบตาราง
มันเชื่อมโยงกันเป็นระบบ 🧠👄🤲🏻🗣️
การควบคุมศีรษะและลำตัวที่ดีขึ้น ช่วยให้การควบคุมช่องปากพัฒนาต่อไปได้
การควบคุมลิ้น ริมฝีปาก และขากรรไกรที่ละเอียดขึ้น ก็มีความสำคัญต่อทักษะการกินในช่วงต่อไป
เมื่อถึงเวลาที่เด็กพร้อมสำหรับอาหารตามวัย ลิ้นจะต้องช่วยรับอาหาร เคลื่อนอาหารภายในปาก และพาอาหารไปด้านหลังเพื่อกลืน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ฟีบัสกำลังทำอยู่ตอน 4 เดือน ไม่ได้หมายความว่าเขาพร้อมกินอาหารแล้วนะคะ
การเริ่มอาหารตามวัยโดยทั่วไปแนะนำที่ประมาณ 6 เดือน โดยต้องดู ความพร้อมด้านพัฒนาการร่วมกัน เช่น ควบคุมศีรษะและคอได้ดี นั่งได้โดยมีการช่วยเหลือตามเหมาะสม นำสิ่งของเข้าปาก และสามารถกลืนอาหารแทนการดุนออกมา เป็นต้น
ดังนั้น…
ถ้าลูก 4 เดือนกำลังเล่นลิ้น
ไม่ต้องรีบสอน
ไม่ต้องจับลิ้น
ไม่ต้องพยายามฝึกให้ลิ้นอยู่ในปาก
และไม่ต้องกังวลว่าเขา “ติดนิสัยแลบลิ้น”
เราแค่ ให้เขามีพื้นที่ปลอดภัยในการสำรวจร่างกายตัวเอง 👅🤍
หม่ามี้อาจเล่นด้วยง่าย ๆ ด้วยการยิ้ม พูดคุย ทำเสียง หรือเลียนแบบเสียงของลูกกลับไป
ลูกทำ “อาาา”
หม่ ามี้ก็ “อาาา” กลับ
ลูกแลบลิ้น
หม่ามี้ก็ยิ้มให้
ลูกส่งเสียงอีก
หม่ามี้ก็ตอบอีก
ไม่จำเป็นต้องทำเป็นกิจกรรมฝึกพิเศษเลยค่ะ
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในวัยนี้ไม่ใช่การทำให้ลูก “เก่งขึ้นเร็ว ๆ”
แต่คือการให้ลูกได้ ลอง ใช้ สำรวจ และมีคนที่ตอบสนองเขาอยู่ตรงนั้น 🥹💕
และถ้าวันหนึ่งฟีบัสแลบลิ้นออกมาแล้วหม่ามี้มองเขา พร้อมคิดว่า
“เจ้าตัวเล็กกำลังทำอะไรของเขานะ?”
บางทีคำตอบอาจง่ายมาก
เขาอาจไม่ได้กำลังทำอะไรที่ซับซ้อนเลย
เขาแค่กำลังค้นพบว่า…
“นี่คือร่างกายของเรา
นี่คือปากของเรา
นี่คือลิ้นของเรา
แล้วถ้าขยับแบบนี้…มันรู้สึกแบบนี้นี่เอง ” 👅✨
จากการเล่นเล็ก ๆ ตรงนั้น
ค่อย ๆ ต่อไปเป็นการควบคุมช่องปาก
การทำเสียง
การสื่อสาร
การกิน
และการเรียนรู้โลกใบนี้ทีละนิด
ตอนนี้ฟีบัสอาจยังพูดคำว่า “หม่ามี้” ไม่ได้
แต่ทุกครั้งที่เขาขยับปาก ทำเสียง หรือแลบลิ้นแล้วหันมามองหม่ามี้
มันก็เหมือนเขากำลังบอกอยู่แล้วว่า
“หม่ามี้ดูสิ…ฟีบัสกำลังเรียนรู้อยู่นะ” 🥹👶🏻🤍
#เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ #พัฒนาการลูก #พัฒนาการเด็ก #พัฒนาการทารก #เด็ก4เดือน #ลูก4เดือน #ทารก #ลูกชอบแลบลิ้น #เล่นลิ้น #พัฒนาการช่องปาก #พัฒนาการสมอง #ฝึกมื อปาก #พัฒนาการด้านภาษา #พ่อแม่มือใหม่ #แม่มือใหม่ #บันทึกพัฒนาการลูก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #ResponsiveParenting #ParentingTips #phbus
































