ลูกไม่ได้เล่น…แต่กำลัง “กล่อมตัวเอง” ก่อนหลับ 🥹🤍
เมื่อคืน…หม่ามี๊เผลอนั่งดู Baby Monitor อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง 🤍
จริง ๆ ตั้งใจว่าจะเปิดดูแค่แป๊บเดียว
เพราะคิดว่าฟีบัสน่าจะหลับแล้ว
แต่พอเปิดหน้าจอขึ้นมา…
ลูกยังไม่นอนค่ะ 😂
ไม่ได้ร้อง
ไม่ได้งอแง
ไม่ได้เรียกหาแม่
แค่นอนอยู่บนเตียงเงียบ ๆ
หม่ามี๊ก็เลยนั่งดูต่อ…
คิดในใจว่า
“อีกเดี๋ยวคงหลับแหละ”
แต่สิ่งที่เห็นหลังจากนั้น
กลับทำให้หม่ามี๊นั่งมองเพลินกว่าเดิม
ฟีบัสค่อย ๆ ยกกำปั้นขึ้นมาดูด
ดูดอยู่พักหนึ่ง…
แล้วก็หยุด
จากนั้นยกขาทั้งสองข้างขึ้นสูง
ก่อนจะฟาดลงบนที่นอน
ตุ๊บ…
ตุ๊บ…
ตุ๊บ…
เงียบอีกพัก
แล้วก็เอามือไปจับหูตัวเอง
หันหน้าซ้าย…
หันหน้าขวา…
เหมือนกำลังหาท่าที่สบายที่สุด
สักพักก็ส่งเสียง
“อือ…”
“อา…”
เบา ๆ
เหมือนกำลังคุยกับตัวเอง
แล้วก็เงียบ
เปลือกตาค่อย ๆ ปรือ
ยิ้มมุมนิด ๆ
ก่อนจะหลับไปเอง
โดยที่ไม่มีใครอุ้ม
ไม่มีใครโยก
ไม่มีเสียงเพลง
ไม่มีเสียง “ชู่…”
ตอนนั้นหม่ามี๊นั่งยิ้มอยู่หน้าจอ
แล้วก็คิดว่า…
เด็กตัวแค่นี้กำลังทำอะไรอยู่นะ?
ก่อนมีลูก…
เราเคยคิดว่าการนอนของเด็กคงง่ายมาก
ง่วง…
ก็หลับ
แต่พอได้เป็นแม่จริง ๆ
ถึงรู้ว่า
ก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะหลับ
เค้ามี “พิธีกรรมเล็ก ๆ” ของตัวเองเสมอ
บางคนต้องดูดมือ
บางคนต้องยกขาฟาดเตียง
บางคนต้องจับหู
บางคนต้องหันหน้าซ้ายที ขวาที
บางคนต้องคุยอืออาอยู่คนเดียว
บางคนจ้องเพดานเหมือนกำลังดูอะไรสักอย่าง
และพอหม่ามี๊ลองไปหาข้อมูลจากกุมารแพทย์
ก็เพิ่งรู้ว่า…
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าลูกกำลังดื้อ
ไม่ได้แปลว่าลูกกำลังเล่น
แต่หลายอย่างคือสิ่งที่เรียกว่า
Self-soothing
หรือการที่ทารกค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะทำให้ตัวเองสงบ
เด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการหลับเอง
เหมือนที่ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังต้องเปิดพัดลม เปิดเพลง หรือกอดหมอนก่อนนอน
เด็กเองก็มี “วิธีของเค้า”
เพียงแต่แตกต่างกันออกไป
บางคนเลือกดูดนิ้ว
บางคนชอบจับมือของตัวเอง
บางคนลูบหน้า
บางคนถูตา
บางคนจับหู
บางคนดึงผมตัวเอง
บางคนจับเสื้อของพ่อแม่เวลาอุ้ม
บางคนซุกหน้าแนบอกแม่
บางคนหันหน้าหาท่าที่สบาย
บางคนยกขาฟาดที่นอน
บางคนจับเท้าตัวเอง
บางคนบิดตัวไปมา
บางคนส่ายหัวเบา ๆ
บางคนส่งเสียงอืออา
บางคนนอนมองเพดานหรือของที่ห้อยอยู่
บางคนจ้องมือตัวเองเหมือนเพิ่งค้นพบว่ามือนี้เป็นของตัวเอง
บางคนยิ้มก่อนหลับ
บางคนเริ่มกำผ้าหรือของชิ้นเล็กเมื่อโตขึ้น
และบางคนก็ชอบดูดจุกหลอก
ทั้งหมดนี้…
ไ ม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะต้องทำครบทั้ง 20 ข้อ
ไม่มีเช็กลิสต์ว่า
“ลูกฉันทำได้แค่ 5 ข้อ แปลว่าผิดปกติไหม”
หรือ
“ลูกบ้านโน้นทำได้เยอะกว่า”
เพราะความจริงคือ…
เด็กแต่ละคนมีวิธีปลอบตัวเองไม่เหมือนกัน
บางคนแทบไม่ดูดนิ้วเลย
บางคนไม่เคยจับหู
บางคนไม่เคยยกขา
แต่เลือกส่งเสียงอืออาแทน
ตราบใดที่ลูกยังแข็งแรง
กินนมได้ดี
ยิ้ม เล่น ตอบสนอง และเติบโตตามวัย
พฤติกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่หม่ามี๊ชอบที่สุดหลังจากรู้เรื่องนี้
คือ…
เราเลิกรีบวิ่งเข้าไปอุ้มทุกครั้งที่เห็นลูกขยับตั วนิดเดียว
เมื่อก่อน…
แค่เห็นลูกขยับก็คิดว่าตื่นแล้ว
พอขยับอีกที ก็รีบอุ้ม
พอส่งเสียงอือ ก็รีบอุ้ม
พอเอามือเข้าปาก ก็คิดว่าหิว
แต่ตอนนี้…
หม่ามี๊จะนั่งดูผ่าน Baby Monitor อีกสักพัก
ดูว่า…
ฟีบัสกำลังร้องเพราะต้องการแม่
หรือกำลังมี “เวลาของตัวเอง”
หลายครั้ง…
สุดท้ายเค้าก็จัดการตัวเองได้
แล้วหลับต่อเอง
มันไม่ใช่เพราะเค้า “เก่ง”
และก็ไม่ใช่เพราะหม่ามี๊ “ฝึก”
แต่เป็นเพราะสมองของเค้ากำลังเติบโต
กำลังเรียนรู้
กำลังสร้างทักษะใหม่ทีละนิด
แน่นอนว่า…
ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้เด็กร้องไห้คนเดียวเป็นเวลานาน
ถ้าลูกร้องหนัก ร้องไม่หยุด ดูไม่สบายตัว มีไข้ ซึม กินนมได้น้อยลง หรือมีอาการผิดปกติ พ่อแม่ควรเข้าไปดูและปรึกษากุมารแพทย์เสมอ
และอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
การให้ลูกได้ฝึกปลอบตัวเอง ควรเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรนอนหงายบนที่นอนที่เรียบและแน่น
ไม่มีหมอน
ไม่มีผ้าห่ม
ไม่มีตุ๊กตา
ไม่มีของนุ่ม ๆ อยู่ในเตียง
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการขาดอากาศหายใจระหว่างนอน
เมื่อคืน…
หลังจากฟีบัสหลับ
หม่ามี๊ก็ยังนั่งมองหน้าจออยู่พักหนึ่ง
แล้วยิ้มคนเดียว
เพราะเพิ่งรู้ว่า…
ทุกคืนที่เราคิดว่า
“ลูกนอนเฉย ๆ”
จริง ๆ แล้ว
เค้ากำลังเรียนรู้สิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง
กำลังเรียนรู้ว่า
“หนูจะทำให้ตัวเองสงบได้ยังไง”
บางคนอาจมองว่าเป็นแค่การดูดมือ
เป็นแค่การยกขา
เป็นแค่การจับหู
แต่สำหรับคนเป็นแม่
สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้
คืออีกหนึ่งก้าวของการเติบโต
ที่เราโชคดีมาก…
ที่ได้เห็นมันเกิดขึ้นกับตาของตัวเอง 🤍
⸻
🥹 บ้านไหนลูกมี “ท่าประจำก่อนหลับ” บ้างคะ?
ของฟีบัสช่วงนี้คือ…
🤍 ดูดกำปั้น
🤍 ยกขาฟาดที่นอน




