สมุนไพรไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป กินสมุนไพร ตกค้างตับไต
#สมุนไพรไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป หลายคนมักจะได้ยินบ่อยๆว่า
กินยาสมุนไพร "ตกค้างตับไต "
บ้างก็บอกว่า ยาสมุนไพรคือยา"สเตียรอยด์ "
มักจะเป็นผู้ร้ายในสายตา ผู้มีอคติเสมอ
.
เดิมทีหมอยุ้ย ก็เป็นคนนึงที่เคยไม่มั่นใจในสมุนไพร
เพราะส่วนใหญ่ที่ขายๆกัน
ทำเป็นยาลูกกลอ น
ทำเป็นยาต้ม
ทำเป็นยาห่อผงบ้าง
เคยเห็นคนแก่กินแล้วไตวายบ้าง
เคยรับรู้ข้อมูลทางลบมากมาย แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ
มันไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการใช้ยาที่เข้าใจ
และถูกต้องนั้นไม่อันตรายเลย
คำว่า "สรรพคุณ" มักควบคู่
กับคำว่า "พิษ"
เป็นคู่ตรงกันข้ามเสมอ
บางทีสรรพคุณดีสำหรับโรคบางโรค แต่ให้โทษกับอีกโรค
คนที่จะใช้เป็นและรู้วิธีใช้แบบลึกซึ้ง จำเป็นต้องเรียนจริงๆ
เพราะคนทั่วไปมักจะรู้
แค่ผิวเผิน คือรู้แค่ "สรรพคุณ"
แต่ไม่รู้ว่า "พิษ" หรือ "รสยา"
ฤทธิ์ยาแฝงของเขา ว่ามีผลอย่างไร
การใช้สมุนไพรเดี่ยว เราควรทานแค่สักระยะ
ทานต่อเนื่องอย่างมาก 7-14 ก็ต้องหยุด
แต่ถ้าสูตรยาหรือตำรับ
อาจทานต่อเนื่องระยะยาวได้
ตามสูตรที่ได้ศึกษามา
ควรเป็นสูตรหรือตำรับที่ผสมผสาน
ยาร้อน-เย็น–ถ่ายพิษ ปรับธาตุไปในตัว
และควรมีความรู้ความเข้าใจในการเพิ่ม-ลดน้ำกระสายยา
ตามร่างกายผู้ทาน
ดังนั้น สมุนไพรจะดี และเห็นผลได้ดีกับคน
ที่เข้าใจและใช้มันเป็นเท่านั้น
หากผู้ใช้ใดไม่ศึกษาดีๆ ไม่เข้าใจ
สรรพคุณยาคืออะไร
รสยา ฤทธิ์ยา คืออะไร
พิษยา คืออะไร
น้ำกระสายยาคืออะไร
ระยะเวลาเหมาะสมที่ใช้ คืออะไร
ผู้นั้นอาจเป็นคนที่ใช้ ยาสมุนไพรแบบผิด ๆ
และมักจะโยนความผิดให้ สมุนไพรเสมอ ๆ
โดยเข้าใจว่ามันคือ "สเตียรอยด์ "
.
ในสายแพทย์แผนไทย
ไม่มีคำว่า สารสกัดสมุนไพรและสเตียรอยด์
"สารสกัด" คือ ยาเคมี
เป็นเกรดยา ไม่ใช่สารสมุนไพร แบบธรรมชาติ
"สเตียรอยด์" คือสารที่มีอยู่ในพืชโดยธรรมชาติ
ซึ่งไม่ได้มีปริมาณที่มากพอที่จะให้โทษเพียงอย่างเดียว
จริง ๆ ถ้าไตร่ตรองดี ๆ
ทุกสิ่งโดยธรรมชาติย่อมมี ทั้งคุณและโทษ
หากแต่คนที่นำสมุนไพรไปใช้ควรทานแต่พอเหมาะพอดี
ซึ่งจะก่อคุณประโยชน์มากกว่า
ครั้นทานมากเกินไป อยากให้ผลไวๆ
จึงมีการสกัดสารสเตียรอยด์สังเคราะห์ทางเคมี
ที่มีความเข้มข้นสูง เห็นผลได้ไว
จึงมีคนนำสาร "สเตียรอยด์สังเคราะห์"
มาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
นำมาผสมในยาสมุนไพร
เพื่อให้ได้ผลไว "ดังยาวิเศษ"
ดังนั้น เราต้องให้ความยุติธรรมและความเป็นกลางกับ
สมุนไพรไทยแท้ด้วยนะคะ
ไม่ใช่ว่ายาสมุนไพร
จะเป็นเหมือนกันทุกที่
แพทย์แผนไทยตัวจริงมี
ตัวปลอมมี ของแท้ ของเทียมมี
เหมือนโลกเรามีทั้งคนดีไม่ดีปะปนกันไป
ดังนั้นหากจะเลือกทานสมุนไพร
ให้ศึกษาดี ๆ และเชื่อตัวเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง
#หมอที่เก่งที่สุดคือตัวเราเองค่ะ
"ถ้ารู้จักกิน รู้จักใช้" ใช้แบบพอประมาณ
ผู้นั้นจะกินจะใช้สมุนไพร เกิดประโยชน์สูงสุด
.
บทความ โดย หมอยุ้ย ภู่หลาน แพทย์แผนไทย เวชกรรมไทยและเภสัชกรรมไทย (แชร์ได้ แต่ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขข้อความนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน)
สมุนไพรเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพและรักษาโรคมาตั้งแต่โบราณ ทว่าในปัจจุบัน มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรโดยเฉพาะเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การตกค้างในตับและไต หรือการคลาดเคลื่อนระหว่างสมุนไพรแท้กับสารสเตียรอยด์สังเคราะห์ เรื่องเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยง หากเราพิจารณาถึงคำว่า "ตกค้างที่ตับและไต" เป็นปัญหาที่อาจเกิดจากการรับประทานสารหรือยาต่างๆ มากเกินไปหรือใช้อย่างไม่เหมาะสม ตับและไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองและขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งหากได้รับสารสเตียรอยด์สังเคราะห์เข้มข้นหรือใช้สมุนไพรเกินความจำเป็นโดยไม่มีการพักให้ร่างกายฟื้นฟู ก็อาจทำให้อวัยวะเหล่านี้ทำงานหนักจนเสื่อมสภาพได้ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ การมองว่าสมุนไพรเหมือนกับสารสเตียรอยด์ หรือมีสเตียรอยด์ในปริมาณมาก ซึ่งจริงๆแล้วในแพทย์แผนไทย "สารสเตียรอยด์" ที่สังเคราะห์ด้วยเคมีและปริมาณสูงนั้นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสมุนไพรธรรมชาติ โดยสมุนไพรธรรมชาติมีสารสเตียรอยด์ในระดับต่ำ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะก่อพิษแต่หากมีการปลอมปนสารสเตียรอยด์สังเคราะห์เพื่อให้ได้ผลไว ก็จะส่งผลเสียและเชื่อมโยงกับความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับอันตรายของสมุนไพร สำหรับผู้ใช้สมุนไพร ควรมีความรู้เรื่องสรรพคุณของยา รสยา ฤทธิ์ยา รวมถึงพิษยาอย่างละเอียด เช่น การรับประทานสมุนไพรเดี่ยวควรจำกัดช่วงเวลา เช่นไม่เกิน 7-14 วัน แล้วหยุดพักเพื่อป้องกันการตกค้าง แต่ถ้าใช้ในตำรับที่จัดเสริมสารสมดุลและสร้างสมดุลธาตุ ร่วมกับการปรับน้ำกระสายตามร่างกาย ก็อาจใช้ต่อเนื่องได้นานกว่า นอกจากนี้ การเลือกซื้อสมุนไพรควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าเป็นสมุนไพรแท้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะในท้องตลาดมีทั้งสมุนไพรแท้ ปลอมปน หรือผสมสารเคมีที่อาจก่ออันตราย ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความรู้และการตัดสินใจอย่างรอบคอบของผู้บริโภคเอง และการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญแทนที่จะเชื่อเรื่องราวหรือความเห็นจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น หากเราศึกษาและใช้สมุนไพรอย่างถูกวิธี มีความเข้าใจถึงสรรพคุณและพิษ กินอย่างพอเหมาะ ไม่เร่งผลลัพธ์เร็วเกินไป จะทำให้สมุนไพรกลายเป็นตัวช่วยที่ดีในการรักษา และป้องกันความเสี่ยงการตกค้างที่ตับและไตอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ "หมอที่เก่งที่สุดคือตัวเราเอง" คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนเลือกใช้สมุนไพรได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย


น่าสนใจมากครับ