“ศุภมาส” ลุยบางลำพู กำชับควบคุมราคา “ชุดนัดเรียน” รับเทศกาลเปิดเทอม ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง สั่งคุมเข้มร้านค้าจัดโปรเกินจริง บังคับซื้อพ่วง สกัดสินค้าไม่ได้คุณภาพ ห้ามนำจำหน่ายเด็ดขาด
.
วันนี้ (วันที่ 9 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกร รมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ย่านการค้าบางลำพู เพื่อติดตามสถานการณ์ซื้อขายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ในช่วงใกล้เปิดเทอมที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้า จำนวน 5 ร้าน ประกอบด้วย ห้างตราสมอ ร้านศรีภัณฑ์ ร้านท๊อป ร้านสมใจนึกเฮ้าส์ และ ร้านชัยรัตน์ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้ปกครองและคุ้มครองผู้บริโภค
.
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ภายหลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งหลายครัวเรือนเดือดร้อนจากสถานการณ์ดังกล่าว ในส่วนของการดูแลบุตรหลาน ยิ่งในช่วงใกล้เปิดเทอม มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อผู้บริโภค จึงได้มอบหมายให้ตน ในฐานะที่กำกับดูแล สคบ. ติดตามและตรวจสอบ การจำหน่ายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน เพื่อความเป็นธรรมของผู้บริโภค
.
“สคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน พบว่า มีการตั้งราคาสูงเกินสมควร การไม่แสดงราคาสินค้า การบังคับซื้อพ่วง คุณภาพสินค้าไม่เหมาะสมกับราคารวมถึงฉลากสินค้าไม่ครบถ้วน วันนี้เราจึงลงพื้นที่ ไม่เพียงมาตรวจสอบแต่ยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ไม่ให้เกิดการกระทำผิด หรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค” นางสาวศุภมาส กล่าว
ทั้งนี้ “ชุดนักเรียน” ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง กำหนดประเภทของสินค้าให้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก พ.ศ. 2565 หากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจัดทำฉลากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนผู้ขายที่จำหน่ายสินค้าควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลาก หรือมี แต่ระบุรายละเอียดไม่ครบถ้วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการกำกับด้วยมาตรฐาน มอก. 2137-2559 และ มอก. 2138-2559 ที่ดูแลคุณภาพผ้าและเครื่องแบบนักเรียนโดยเฉพาะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า ดิฉันขอเน้นย้ำกับผู้ประกอบการทุกรายว่า ขอให้ทำธุรกิจตามกฎหมาย หากพบการเอาเปรียบผู้บริโภคจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือจัดชุดนักเรียนราคาประหยัดเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครอง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม และฝากถึงผู้ปกครองทุกท่านให้ตรวจสอบสินค้าให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ เปรียบเทียบราคา ตรวจดูฉลาก คุณภาพและเงื่อนไขการเปลี่ยนคืนสินค้า เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง
.
หากผู้บริโภค พบการจำหน่ายชุดนักเรียนโดยไม่แสดงฉลาก ไม่แสดงราคา ตั้งราคาเกินสมควรหรือถูกบังคับซื้อพ่วง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างทันท่วงที
/////
ช่วงเปิดเทอมเป็นเวลาที่ผู้ปกครองต้องเตรียมพร้อมเรื่องชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ซึ่งการตรวจสอบราคาและคุณภาพสินค้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนนอกจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานรัฐแล้ว ผมพบว่าการวางแผนล่วงหน้าและการเปรียบเทียบราคาของแต่ละร้าน สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก นอกจากนี้ควรตั้งใจอ่านฉลากและสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุและมาตรฐาน มอก. ของชุดนักเรียนเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่าหลายร้านมีโปรโมชั่นที่แอบบังคับให้ซื้อพ่วงซึ่งจริงๆ แล้วไม่จำเป็น การรู้จักปฏิเสธและเลือกซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ จะช่วยประหยัดได้มาก ผมยังแนะนำให้ผู้ปกครองใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์เช็คข้อมูลข่าวสารจาก สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลถูกต้องและสามารถแจ้งร้องเรียนหากพบการเอาเปรียบ การคุมเข้มและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับร้านค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ตลาดมีความเป็นธรรมและผู้ปกครองไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเกินจริง นอกจากนี้การส่งเสริมให้ร้านค้าจัดชุดนักเรียนราคาประหยัดมากขึ้นก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวที่ต้องการความคุ้มค่า สุดท้ายนี้ ผู้ปกครองควรมีความรู้และเข้าใจสิทธิของตนเอง ในการตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและเงื่อนไขการคืนสินค้า เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหาย และสร้างความมั่นใจว่าการซื้อสินค้าครั้งนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัยสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมครับ